ครีมรักษาฝ้า ฝ้า (Melasma) ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ

ครีมรักษาฝ้า ฝ้า (Melasma) ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกับรอยกระ เพราะกระบวนการเกิดนั้นคล้ายคลึงกันมาก แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่า มองเห็นได้ชัดกว่า สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนองใบหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม โดยตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป ครีมรักษาฝ้า.

ครีมรักษาฝ้า

ครีมรักษาฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า
ฝ้าเกิดจากอะไร ? ฝ้า หรือ Melasma เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานมากเกินไป จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย โดยรังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ “รังสี UVA” ซึ่งรังสียูวีเอจะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนาน ๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสียได้ และนอกจากแสงแดดแล้ว เรื่องของการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน (ถ้าสาเหตุการเกิดฝ้ามาจากกรรมพันธุ์ โอกาสฝ้าจะกลับมาเกิดซ้ำจะมีสูงมาก และปริมารอาจเท่าเดิมหรือลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย จึงไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเงินรักษาเท่าไหร่)

ฝ้าต่างจากกระ “เพราะฮอร์โมน” ถ้าเป็นกระส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และอายุ แต่ในกรณีของฝ้ามักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาค่อนข้างเยอะ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วตอนตั้งครรภ์ รวมไปถึงการที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงการเข้าสู่วัยทอง และวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

ประเภทของฝ้า
ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นาน
ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ความลึกของมันจะทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น
วิธีรักษาฝ้าครีมรักษาฝ้า
การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด ส่วนไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพ์ ก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเลย นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าหรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ (ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะเป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าลึก รวมไปถึงครีมทาผิวประเภทไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารอันตรายอย่างสาร “ไฮโดรควิโนน“) เป็นต้น
ดูแลตัวเองจากภายใน นอกจากการทายา ทำทรีทเม้นท์ รวมไปถึงการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง
เลือกใช้ครีมบำรุง (ครีมรักษาฝ้า) การเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA, วิตามินซี, อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic) รวมไปถึงครีมทาฝ้า ครีมแก้ฝ้า หรือครีมรักษาฝ้าต่าง ๆ ก็สามารถทำให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยเท่านั้น
สูตรหัวไชเท้า สูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบ ๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ให้คุณทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยล่ะ
รักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าครีมรักษาฝ้า
สูตรว่านหางจระเข้ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบล่าง ๆ แบบที่แก่แล้ว) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยสูตรนี้หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้ไวยิ่งขึ้น
สมุนไพรรักษาฝ้าบนใบหน้า
สูตรมะขามเปียก อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบาง ๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้
สูตรใบบัวบก สมุนไพรรักษาฝ้าอีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ จางลง เหลือไว้แต่เพียงหน้าอันขาวเนียนสดใส
สูตรไข่ขาว เพียงแค่นำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดง (เฉพาะไข่ขาว) มาทาบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของคุณได้
สูตรน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้วแล้วจึงล้างออก

ลอกฝ้าด้วยกรด TCA, กรด AHA ฯลฯ (Chemical peeling) นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย (แม้ว่าจะได้ผลช้า) ที่สามารถช่วยทำให้เซลล์ผิวชั้นบนกับเม็ดสีเมลานินหลุดออกมาได้ โดยเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่หลังการทำทรีทเม้นท์นี้หน้าของคุณจะไวต่อแสงแดดมาก จึงต้องป้องกันให้ดีหลังการทำ คลินิกที่ให้บริการทรีทเม้นท์ตัวนี้จะแนะนำให้ทำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งครีมรักษาฝ้า.

 

 

 

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์”…ฟังแค่นี้สาว ๆ หลายคนคงตาลุกวาวเลยใช่ไหมคะ เอ…มีด้วยหรือเนี่ยสูตรลดน้ำหนักง่าย ๆ ที่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น  วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วันที่ 1

เช้า : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น : สลัดผักน้ำใส

วันที่ 2

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 3

เช้า : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง : เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : ส้มตำ-ไก่ย่าง
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : สลัดผักน้ำใส + ไก่ย่าง
เย็น : สลัดผักน้ำใส

วันที่ 6

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : ปลานึ่งหรือปลาย่าง (ไม่จำกัด)
เย็น : นมสดรสจืด 1 แก้ว

วันที่ 7

เช้า : ข้าว 1 ทัพพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง
เที่ยง : เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้นวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

ทั้งนี้ เบนซ์ ก็แนะนำให้ดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อด้วย เพื่อให้อิ่มท้อง และจากที่เธอเคยใช้สูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนนี้มา เธอสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม ภายในหนึ่งสัปดาห์เลย และหากทำซ้ำรอบสองจะลดน้ำหนักลงได้ถึง 7 กิโลกรัมเลยทีเดียว แต่ก็ย้ำว่าสูตรนี้ก็ไม่ควรทำติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์นะ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางเรื่องที่สาว ๆ ต้องรู้ก่อนจะใช้สูตรนี้ไปลองลดน้ำหนักดู นั่นก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้สูตรนี้จะสามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัมภายใน 1 สัปดาห์ได้สำเร็จนะคะ บางคนอาจจะลดได้แค่ 1-2 กิโลกรัม แต่ในบางคนนอกจากจะลดน้ำหนักไม่ได้แล้ว น้ำหนักยังกลับเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก เพราะร่างกายอาจโหยหาอาหารมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า จนต้องล้มเลิกแผนกลางคัน หรือแอบกินอะไรประทังหิว

ส่วนใครที่ใจแข็ง พยายามฝืนอดอาหาร เพื่อตั้งใจจะทานให้ได้ตามสูตรนี้ ก็ต้องระวังสุขภาพตัวเองด้วยค่ะ ต้องดูด้วยว่าสุขภาพร่างกายเราแข็งแรงพอไหม เพราะการลดน้ำหนักได้มากขนาดนี้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ อาจทำให้สุขภาพทรุดโทรมถึงขั้นล้มป่วยได้เลย

ถ้าคิดว่าตัวเองรับไม่ไหวแน่ ๆ หรือลองไปสักพักหนึ่งแล้วชักไม่แน่ใจ ก็ควรลองมองหาวิธีลดน้ำหนักแบบอื่น ๆ มาใช้เป็นตัวช่วยน่าจะปลอดภัยกว่าเนอะ อย่างการออกกำลังกายที่แม้จะต้องเหนื่อยหน่อย และเห็นผลช้ากว่า แต่เราก็มั่นใจได้ชัวร์ ๆ ล่ะว่าลดน้ำหนักได้แน่ ๆ แถมยังได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงฟิตแอนด์เฟิร์มกลับมาด้วยวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

ครีมลดริ้วรอย ปัญหาร่องแก้ม หรือ รอยย่นที่แก้ม

ครีมลดริ้วรอย ปัญหาร่องแก้ม หรือ รอยย่นที่แก้ม มีสาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยของผิว อันเนื่องมาจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวเกิดเสื่อมประสิทธิภาพจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มยังมาจากปัจจัยกระตุ้นและพฤติกรรมอื่น ๆ อีกเช่น การสูบบุหรี่ รังสียูวีจากแสงแดด ที่เป็นตัวส่งผลให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วรอยย่นที่แก้มจะมีลักษณะเป็นร่องลึกเป็นเส้นยาวตั้งแต่บริเวณปีกจมูกโค้งลงมาถึงที่มุมปาก หรืออาจยาวลงมาถึงคางเลยทีเดียว ! ครีมลดริ้วรอย.

ครีมลดริ้วรอย

ครีมลดริ้วรอย สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่นเป็นร่องบริเวณแก้ม งานนี้ห้ามพลาด ! เพราะเราได้นำเคล็ดลับในการดูแลตัวเองและวิธีรักษาร่องแก้มอย่างได้ผลมาฝาก !! ถ้าอยากจะเพิ่มความสดใสไร้ริ้วรอย เปลี่ยนใบหน้าตัวเองให้ดูเด็กลง…ก็อย่ารอช้า ไปดูกัน…

วิธีลดร่องแก้มครีมลดริ้วรอย
นอนหงายไร้ริ้วรอย ท่านอนถือเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม” ซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ชอบนอนตะแคงเป็นประจำ เพราะจะทำให้ใบหน้าถูกกดทับเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดรอยย่นเป็นร่องลึกแบบยากที่จะแก้ไข ลองคิดดูว่าแค่เพียง 1 คืน ผิวหน้าของคุณถูกกดทับนานแค่ไหน? ดังนั้นการนอนอย่างถูกวิธีด้วยการนอนหงายจึงเป็นการป้องกันและลดการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
ไม่หัวเราะเกินความจำเป็น แม้การหัวเราะจะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นตัวบ่งบอกถึงความสุขของมนุษย์อย่างเราก็ตาม แต่การหัวเราะที่มากเกินความจำเป็น หัวเราะจนไม่แคร์ผิวหน้า ก็คงจะไม่ดีต่อสุขภาพผิวหน้านัก ! เพราะสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยร่องแก้มก็มาจากการหัวเราะหรือยิ้มมากจนเกินไปนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ความว่าคุณจะต้องทำหน้านิ่งหรือบึ้งตลอดเวลานะ เพียงแค่ลดการหัวเราะที่ไม่จำเป็นหรือหัวเราะกว้างจนเกินไปก็เท่านั้น
หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดรังสี UV เพราะแสงแดดเป็นตัวการทำลายผิว หากต้องออกไปข้างนอก คุณควรหมั่นทาครีมกันแดดบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นประจำ
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะเครียด การล้างถูหน้าแรง ๆ การเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นที่มากยิ่งขึ้น
ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีใบหน้าที่แสนอ่อนเยาว์และไร้ริ้วรอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งริ้วรอยร่องแก้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ !
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ผลไม้ หรืออาหารทะเล ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงเกลือแร่ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวสดใสและคงความชุ่มชื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญคุณควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ดูและช่วยระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติครีมลดริ้วรอย
อาหารเสริมช่วยได้ ให้เลือกอาหารเสริมหรือวิตามินที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูสภาพผิว ปกป้องผิว ลดรอยเหี่ยวย่น และป้องกันการทำลายของอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของพลังงาน อย่างเช่น วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยกักเก็บและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ อย่างพวกครีมหรือเซรั่มที่มีสารบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นและชะลอการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครเป็นคนผิวแห้งก็ยิ่งไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงโดยเด็ดขาด ส่วนเวลาทาครีมนั้นก็ให้ปัดขึ้นเสมอ (ประมาณ 10-20 ครั้ง) โดยใช้นิ้วกลางปักจากลางริมฝีปากไล่เรื่อยไปหาโหนกแก้มครีมลดริ้วรอย.

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี อาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกันกินวิตามินตอนไหนดี.

กินวิตามินตอนไหนดี

กินวิตามินตอนไหนดี ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา

และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง

วิธีทาน:กินวิตามินตอนไหนดี

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง

ประโยชน์

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียดกินวิตามินตอนไหนดี

เราสามารถที่จะทานวิตามินซีได้ทุกวัน เพราะวิตามินซีสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย การรับประทานวิตามินซีทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ การเป็นหวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกายเพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด

การทานวิตามิน ซี เป็นประจำจะมีส่วนช่วยทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้อากาศอีกเลย เราควรรับประทานวิตามินซี ตอนไหน? ควรรับประทานหลังอาหารเช้า เพราะช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมงเช้าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เพราะวิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรากินตอนท้องว่าง และไม่ควรกินวิตามิน ซี ก่อนนอน ในบางการค้นค้าพบว่าวิตามิน ซี อาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ทีละน้อยๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายไป ถ้าร่างกายปกติ ควรได้รับวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวัน คือ 60 มิลลกิรัม ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภมูิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัมกินวิตามินตอนไหนดี.

ลดต้นขาใหญ่ ทำไมต้นขาถึงใหญ่

ลดต้นขาใหญ่ ทำไมต้นขาถึงใหญ่ การที่เรามีต้นขาใหญ่นั้นเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย โดยสาเหตุหลักก็คือการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากๆ ด้วยปริมาณเกินกว่าความจำเป็นที่ร่างกายนำไปใช้ จึงทำให้เกิดไขมันสะสม โดยมักจะไปสะสมอยู่บริเวณต้นขาในรูปแบบของเซลลูไลท์ลดต้นขาใหญ่.

ลดต้นขาใหญ่

ลดต้นขาใหญ่ ดังนั้น หากเราออกกำลังกายเป็นประจำ หากแต่ยังรับประทานอาหารที่มีไขมันมากอยู่ ก็บอกได้เลยว่าเสียแรงเปล่า สำหรับเหตุผลที่ไขมันส่วนเกินมักจะไปสะสมอยู่ที่ต้นขานั้น เนื่องจากร่างกายเลือกที่จะนำไขมันส่วนเกินเหล่านั้นไปปกป้องอวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบในการสืบพันธุ์ จึงสังเกตเห็นว่าผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วช่วงต้นขาจะไม่ใหญ่เหมือนสมัยสาวๆ แต่ร่างกายจะนำไขมันเหล่านี้ไปสะสมไว้ช่วงบน ช่วงที่เหนือเอวขึ้นไป ออกมาในลักษณะที่เราเรียกว่าลงพุงแทนลดต้นขาใหญ่
กระนั้นก็ตาม ยังมีเหตุผลอื่นๆที่ทำให้ต้นขาใหญ่ได้อีก อย่างเช่น ครอบครัวมีโครงสร้างขาใหญ่ หรือครอบครัวเรามักจะตันช่วงล่าง เรียกง่ายๆว่าเกิดจากกรรมพันธ์นั่นเอง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เราไม่สามารถควบคุมได้ ฉะนั้น คำถามที่ว่าวิธีลดต้นขาแบบไหนดี คำตอบก็คือควรเน้นไปที่การดูแลในเรื่องของอาหารการกินและออกกำลังกายเป็นหลัก เพราะจะเป็นวิธีการ?ที่เห็นผลมากที่สุด

วิธีลดต้นขาด้วยการออกกำลังกาย
1.วิ่งระยะไกล ใครที่ไม่รู้ว่าจะลดต้นขาแบบไหนดี ลองหาเวลาออกไปวิ่งเป็นระยะทางไกลๆดู แล้วจะพบว่ามันได้ผลดีมาก จะสังเกตเห็นว่านักกีฬาที่วิ่งกันเป็นประจำจะมีต้นขาและน่องที่เรียวเล็ก กล้ามเนื้อมีความกระชับ นั่นก็เพราะว่ากลไกของร่างกายจะปรับตัวไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้การวิ่งระยะสั้นๆอาจไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อย และอาจทำให้น่องขาโตขึ้นอีกด้วย เนื่องจากร่างกายต้องเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ในการวิ่งระยะสั้น และยังสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้นจากการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักในช่วงเวลาสั้นๆลดต้นขาใหญ่
2.ปั่นจักรยาน ถือเป็นวิธีลดต้นขาอย่างได้ผล โดยให้นอนราบปั่นจักรยานอากาศอย่างน้อย 100 ครั้ง เวลาปั่นต้องออกแรงขาอย่างรวดเร็วห้ามหยุดพักจนกว่าจะครบเซ็ต สำหรับการปั่นจักรยานธรรมดาจะช่วยลดทั้งต้นขาและลดน่องได้ โดยการปั่นจะต้องเอาฝ่าเท้าลง อย่าใช้ปลายเท้าลง ที่สำคัญคือให้ผ่อนเกียร์จักรยานอ่อนๆให้ปั่นง่ายๆ และเน้นความถี่ เพื่อป้องกันเราน่องโต
3.กระโดดเชือก กระโดดเชือกวันละประมาณ 200 ครั้ง โดยให้ลงน้ำหนักที่ปลายเท้า ซึ่งการลงน้ำหนักปลายเท้าเป็นการใช้กล้ามเนื้อบริเวณน่องและช่วยลดต้นขาได้
4.ท่า Squats วิธีลดต้นขาแบบไหนดี และได้รับความนิยมมากที่สุด ต้องวิธีนี้เลย เพราะสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการยืนตรง แยกขาห่างออกจากกันให้พอดีกับหัวไหล่ จากนั้นให้ย่อตัวลงไปอยู่ในลักษณะต้นขาขนานกับพื้น โดยให้ย่อค้างไว้จนเริ่มรู้สึกปวดเกร็งบริเวณต้นขา จึงยืดตัวขึ้นในท่ายืนตรง ทำแบบนี้ประมาณ 30 ครั้งเป็นประจำทุกวันจะให้ผลลัพธ์ที่ดี
ยังมีวิธีลดต้นขาอีกมากมายให้เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ ต้องอาศัยความต่อเนื่องสม่ำเสมอของการออกกำลังกาย และควรทำไปพร้อมกับการควบคุมอาหาร รับประทานแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผักผลไม้ เพียงเท่านี้การมีต้นขากระชับเรียวสวยก็ไม่ใช่แค่ความฝันลดต้นขาใหญ่.

วิธีลดไขมันหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้อง ท่าฟิตกล้ามท้องง่าย ๆ

วิธีลดไขมันหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้อง ท่าฟิตกล้ามท้องง่าย ๆ ออกกำลังกายลดหน้าท้องใช้เวลาเพียงไม่นาน เปลี่ยนพุงกะทิให้เป็นกล้ามท้องสุดเซ็กซี่ น่ามอง สาว ๆ ที่มีเวลาน้อยแต่อยากมีซิกแพคสวย ๆ ควรลอง วิธีลดไขมันหน้าท้อง.

วิธีลดไขมันหน้าท้อง

วิธีลดไขมันหน้าท้อง หลังจากตื่นนอนตอนเช้า อย่าเพิ่งลุกจากเตียงไปไหน สละเวลาสัก 10 นาทีมาทำท่ากายบริหารกันก่อน ซึ่งเป็นท่าฟิตกล้ามท้องที่จะช่วยเปลี่ยนพุงสามชั้นให้เป็นซิกแพคงาม ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง ที่สำคัญคือ ช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานดีขึ้นด้วย กินเยอะยังไงก็ไม่มีพุงให้เห็น จาก แนะนำว่า สาว ๆ ที่ขี้เกียจออกกำลังกาย ก็สามารถมีกล้ามท้องสวยน่ามองเหมือนเข้าฟิตเนสได้ เพียงแค่ฝึกทำ 5 ท่าฟิตกล้ามท้องให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 นาทีเป็นประจำทุกวัน ไขมันหน้าท้องก็ไม่มากวนใจแล้ว วิธีลดไขมันหน้าท้อง

3 ท่าอุ่นเครื่องพร้อมลุยออกกำลังกายลดหน้าท้องวิธีลดไขมันหน้าท้อง

3 ท่าวอร์มอัพต่อไปนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญในการกระตุ้นเลือดลมให้เริ่มสูบฉีด รวมถึงกระตุ้นให้สมองของเราตื่นตัว และยังมีข้อดีคือ ช่วยเผาผลาญแคลอรีส่วนเกินได้มากขึ้นด้วย ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพียงท่าละ 30 วินาทีเท่านั้นเอง แต่หากใครมีเวลาไม่มากจะเลือกทำแค่เพียงท่าเดียวก็ได้ค่ะ วิธีลดไขมันหน้าท้อง.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลดขาใหญ่ การแก้ปัญหาสำหรับสาวอ้วนขาใหญ่

ลดขาใหญ่ การแก้ปัญหาสำหรับสาวอ้วนขาใหญ่ นั้นไม่น่ากังวล เพราะเพียงแค่ควบคุมการกินอาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ร่างกายก็จะค่อยๆสลายไขมันออกไป แล้วก็จะกลับมาสมส่วน ผอมสวยเหมือนเดิมได้ ส่วนวิธีทําให้ขาเล็ก ของสาวตัวเล็กแต่ขาใหญ่จะต้องได้รับการออกกำลังกายที่เน้นเฉพาะส่วนนั้นให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อไปเพิ่มอัตราการสลายไขมันบริเวณนั้นให้มากขึ้น สำหรับขั้นตอนการลดต้นขานั้นมีหลายวิธีจะขอแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้คะลดขาใหญ่.

ลดขาใหญ่

ลดขาใหญ่ วิธีลดต้นขาของสาวตัวเล็กขาใหญ่ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อ

1.ลดการออกกำลังกายที่จะไปเพิ่มกล้ามเนื้อบริเวณต้นขา
2.เปลี่ยนจากปั่นจักรยานที่ต้องใช้แรงขามากๆเป็นปั่นด้วยแรงน้อยแต่รอบในการปั่นมากขึ้น
3.ใช้วิธีการนวดกดจุด เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัว
4.ใช้วิธีการเดินเร็วแทนการออกกำลังกายด้วยการวิ่งลดขาใหญ่
5.พยายามหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายด้วยวิธีการเกร็งขา เพราะจะยิ่งไปช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆลดขาใหญ่
6.ควบคุมอาหารที่มีรสชาติเค็มจัดเพราะโซเดียมในอาหารจะทำหน้าที่อุ้มน้ำในเนื้อเยื่อและจะไหลลงสู่ที่ต่ำ ไปสะสมอยู่ที่ต้นขาได้

วิธีลดต้นขาของสาวตัวเล็กขาใหญ่ที่เกิดจากการสะสมของไขมัน

1.ลดปริมาณอาหารจำพวกไขมัน ของทอด และคาร์โบไฮเดรต
2.ออกกำลังกายด้วยวิธีปั่นจักรยานกลางอากาศ ประมาณ 2 รอบต่อวัน รอบละ 100 ครั้ง
3.นอนหงาย เหยียดขาทั้งสองข้างให้ตึง ค่อยๆยกทีละข้างสลับกันขึ้นลง โดยค้างไว้ในอากาศนับ 1-15 แล้วเอาลง ทำข้างละ 10 รอบสลับกันไปมา หรือถ้าไหวจะยกพร้อมๆกันทั้งสองข้างก็ได้
4.การยกเวท ในท่านั่ง ใช้เวทประมาณ 1 กิโลกรัม ใช้เวทวางที่ขาแล้วยกขึ้นตั้งประมาณ 45 องศาจากพื้นค้างไว้ 30 วินาที ทำ 20-30 ครั้งต่อวัน

สุดท้ายนี้ สำหรับวิธีทําให้ขาเล็กก็คงจะทราบและพร้อมที่จะนำไปใช้กันแล้ว สาวๆก็ควรไปหาสาเหตุว่าที่ขาใหญ่นั้นเกิดจากการสะสมของไขมันหรือกล้ามเนื้อกันแน่ จะได้หันมาออกกำลังกายกันได้อย่างถูกวิธี และจะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดๆจากการออกกำลังกาย เมื่อทราบดังนี้แล้วสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ความตั้งใจนี้ได้สำเร็จผล คือความไม่ย่อท้อและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าสาวๆทุกคนที่พยายามและตั้งใจจริงจะกลับมามีเรียวขาที่สวยสมใจและมั่นใจได้อีกครั้งอย่างแน่นอนลดขาใหญ่.

 

 

 

 

 

ลดสะโพก ต้นขา สะโพก เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับผู้หญิง

ลดสะโพก ต้นขา สะโพก เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับผู้หญิง คนที่มีสะโพกสวยงามย่อมเป็นที่น่ามอง และเมื่อการใส่กระโปรงหรือกางเกงรัดรูปจะสามารถเห็นได้ชัดว่าสะโพกจะช่วยเสริมให้ผู้หญิงน่ามองมากยิ่งขึ้น ลดสะโพก ต้นขา.

ลดสะโพก ต้นขา

ลดสะโพก ต้นขา แม้ว่าสะโพกจะไม่มีไขมันสะสมอยู่มากเท่าต้นขาแต่ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ที่สะโพกนี้ จะเป็นปัญหาต่อมาภายหลังเพราะถ้าไม่ออกกำลังกายลดน้ำหนักในส่วนสะโพกนี้แล้วกล้ามเนื้อจะหย่อนยานและห้อยลงได้ง่ายๆ คนที่ต้องนั่งทำงานนานๆ นั้นต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำหนักของร่างกายจะลงมากองกันอยู่ที่สะโพก
ท่าที่ 1ลดสะโพก ต้นขา
นั่งลงบนพื้น และยกหัวเข่าขึ้น ใช้มือทั้งสองจับข้อเท้าไว้ให้แน่น จากนั้นให้โยกร่างกายท่อนบนไปข้างหน้า และข้างหลัง ทำเช่นนี้ 20-30 ครั้ง
ท่าที่ 2
นั่งลงบนพื้นพร้อมยกหัวเข่าขึ้น โดยไม่ใช้มือและขาทั้งสองค้ำยัน ให้แต่สะโพกเท่านั้นที่เคลื่อนย้าย จากนั้นให้พยายามยืดหัวเข่าให้ตรงให้ฝ่าเท้าทั้งสองทั้งสองข้างแนบติดพื้น แล้วค่อยเคลื่อนสะโพกอย่างช้าๆ เริ่มต้นด้วย 20 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 50 ครั้ง
ท่าที่ 3
นั่งตัวตรง ขาไขว้กันใต้สะโพก ใช้กำลังส่วนสะโพกย้ายสะโพกไปด้านขวาแล้วกลับสู่ตำแหน่งเดิม แล้วย้ายไปทางด้านซ้าย ทำกลับไปมา
ท่าที่ 4
นอนหงายราบไปกับพื้น กางแขนทั้งสองออกเป็นเส้นตรง งอหัวเข่าจากนั้นพยายามให้ส้นเท้าใกล้กับสะโพก ทำค้างไว้และในขณะเดียวกันให้กลับขาทั้งสองมาทางด้านขวาแล้วกลับสู่ตำแหน่งเดิม ต่อจากนั้นให้กลับไปทางซ้ายทำติดต่อกัน 10-15 ครั้ง
ท่าที่ 5ลดสะโพก ต้นขา
ยืดหลังให้ตรง เหยียดแขนทั้งสองให้ตรงออกไปข้างหน้า ค่อยๆ คุกเข่าลงแล้วใช้ปลายเท้ายันน้ำหนักของร่างกายไว้จากนั้นหายใจลึกๆ เมื่อเสร็จแล้วให้กลับคืนไปสู่ท่าเดิม ข้อควรระวังต้องให้ร่างกายท่อนบนตรงอยู่เสมอ ทำเช่นนี้ 5-10 ครั้ง
ท่าที่ 6
คว่ำหน้าอยู่ในลักษณะเหมือนคลาน โดยมือและเท้าทั้งสองแตะพื้น ยืดขาด้านหนึ่งไปข้างหลัง จากนั้นนับ 1-5 แล้วค่อยๆ วางขาลงจนกว่าปลายเท้าจะแตะพื้น แล้วค่อยๆ ยกขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งเดิม ทำกลับไปมาทั้งสองข้าง ข้างละ 5-10 ครั้ง
ท่าที่ 7
นอนตะแคง แล้วยกท่อนบนของร่างกายขึ้น ใช้มือทั้งสองยันร่างกายไว้ข้างหน้าแล้วยกขาที่อยู่ข้างบนขึ้น แล้ววนออกข้างนอก หลังจากที่กลับสู่ตำแหน่งเดิมแล้ว ให้วางลงข้างหลังอีกและหยุดอยู่ที่นั่น 3 วินาที แล้วทำกลับไปมาประมาณ 10 ครั้ง หลังจากนั้นให้เปลี่ยนทิศทางตรงกันข้ามแล้วทำเหมือนกัน และควรให้ปลายเท้ายืดตรงอยู่เสมอ
ท่าที่ 8
นอนคว่ำหน้า เอามือทั้งสองข้างไขว้กันไว้ใต้คางยกขาข้างใดข้างหนึ่งให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหยุดไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วจึงค่อยๆ วางลง หลังจากนั้นทำซ้ำกัน 5-10 ครั้งแล้วเปลี่ยนมาทำแบบเดียวกันกับขาอีกข้างหนึ่ง
ท่าที่ 9
นอนหงาย ยกหัวเข่าขึ้น พยายามดึงส้นเท้าให้ใกล้กับส่วนสะโพกมือทั้งสองอยู่บริเวณข้างๆ ร่างกาย และสามารถให้ฝ่ามือแตะพื้นได้ ส่วนฝ่าเท้าก็แนบติดกับพื้น จากนั้นยกสะโพกขึ้นให้สูง แล้วหยุดไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยๆ วางสะโพกกลับสู่ท่าเดิม ทำกลับไปมา 5 ครั้ง
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับการออกกำลังกายลดน้ำหนักด้วยท่าบริหาร ลดสะโพก คงไม่ยากเกินไปที่เพื่อนๆ จะนำไปใช้กัน เคล็ดลับคือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลาไม่มาก เริ่มจากวันละท่า 2 ท่าไปก่อน รับรองได้เลยไว้สะโพกกระชับสวยแน่นอนลดสะโพก ต้นขา.

 

 

 

อาหารลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน

อาหารลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน ด้วยวิธีแบบง่าย ๆ ที่สาว ๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ใครอยากมีหน้าท้องที่แบบราบได้อย่างรวดเร็วทันใจ ลองมาทำกันดูเลย อาหารลดหน้าท้อง.
อาหารลดหน้าท้อง
อาหารลดหน้าท้อง เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะกำลังเครียดกับพุงย้วย ๆ และชั้นไขมันที่หนาแน่นเป็นห่วงยางของตัวเองกันอยู่แน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ แถมยังจะเสียเซลฟ์สุด ๆ เมื่อเวลามีคนมาทักว่ากำลังจะมีน้องหรือเปล่า !? โอ้แม่เจ้า… คำ ๆ นี้มันช่างสะท้านสะเทือนใจเสียจริง ฉันแค่มีพุงนะ ไม่ได้ท้องสักหน่อย คิดแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้คงต้องหาวิธีจัดการเจ้าพุงตัวปัญหาแบบเร่งด่วนกันซะหน่อยแล้ว ว่าแต่จะทำยังไงดีนะ ? สำหรับใครที่อยากรู้วิธีจัดการไขมันหน้าท้องให้ได้แบบรวดเร็วทันใจ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนมาให้สาว ๆ ได้ลองปฏิบัติกันดูค่ะ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่ารอช้า รีบมาฟิตพุงด้วยวิธีต่อไปนี้กันเลย
1. ควบคุมอาหารอาหารลดหน้าท้อง

เริ่มต้นจากการงดรับประทานพวกขนมขบเคี้ยว อาหารที่มีไขมัน อาหารทอด ๆ มัน ๆ และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ๆ โดยเด็ดขาด พร้อม ๆ กับควบคุมปริมาณอาหารด้วย โดยให้ลดปริมาณและมื้ออาหารให้น้อยลง ซึ่งปกติอาจจะรับประทาน 3-4 มื้อ ให้ลดเหลือเพียง 2 มื้อ และลดปริมาณข้าวให้น้อยลงครึ่งหนึ่ง และนอกจากนี้ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่มีผลช่วยในการควบคุมน้ำหนักควบคู่กันไปด้วย เช่น ผัก ผลไม้ พริกไทย และนมเปรี้ยว เป็นต้น ซึ่งอาหารพวกนี้จะช่วยย่อยอาหาร และเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาหารลดหน้าท้อง

การควบคุมอาหารควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องก็มีอยู่หลายวิธี แต่ที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ก็คือ การออกกำลังกายโดยการซิทอัพ ถึงแม้จะเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบเบสิก แต่รับรองว่าได้ผลชัวร์ โดยให้เริ่มจากการซิทอัพ 20 ครั้งต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยให้ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทั้งนี้อาจจะออกกำลังกายอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย อย่าง จ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน อย่างน้อย 20-30 นาที จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันออกไปได้ดียิ่งขึ้น

3. นอกพักผ่อนให้เพียงพอ

ใครที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ สิ่งสำคัญคือต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ คือ ก่อน 4 ทุ่ม (นอนพักผ่อนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง) เพราะจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมยังจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกำจัดไขมันส่วนเกินได้ด้วย

4. ฝึกการหายใจเข้าออก

การหายใจมีส่วนอย่างมากในระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย แถมยังจะช่วยให้รู้สึกอิ่มจากอาหารแต่ละมื้อนานขึ้นและลดอาการอยากอาหารให้น้อยลงได้ด้วย โดยการหายใจที่ถูกต้องคือ จะต้องหายใจอย่างช้า ๆ และลึก ๆ และทุกครั้งที่หายใจเข้าหน้าท้องจะป่องออกเพื่อรับลมเข้าและแบนลงเมื่อหายใจออก โดยฝึกให้เป็นนิสัย เช่น เวลาว่าง ๆ ให้ลองนั่งหรือยืนตัวตรงในท่าสบายแล้วค่อย ๆ เริ่มหายใจเข้าออกช้า ๆ เป็นจังหวะ ทำวันละ 10 นาที รับรองระบบเผาผลาญจะดีขึ้นอย่างแน่นอนจ้า

5. ดีท็อกซ์ลำไส้

การดีท็อกซ์ลำไส้ทำได้โดยการรับประทานโยเกิร์ตบ่อย ๆ จะถือเป็นการทำความสะอาดไขมันที่เกาะอยู่ที่ลำไส้ ซึ่งไขมันเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหาร ตับ และม้าม เกิดการดูดซึมได้น้อยมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในส่วนของม้ามที่ชื้นจะยิ่งทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่ายขึ้น เมื่อทำการขจัดไขมันเหล่านี้ออกไปด้วยการดีท็อกซ์จะช่วยทำให้หน้าท้องเล็กลงตามไปด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนที่กระปุกดอทคอมเอามาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ เชื่อว่าคุณสาว ๆ สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่อย่าลืมทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ และมีวินัยในตัวเองด้วยนะคะ รับรองว่าพุงสลาย ไขมันหด เหลือแต่หน้าท้องแบนราบได้ในเร็ววันอย่างแน่นอนจ้าอาหารลดหน้าท้อง.

 

 

วิธีรักษาสิวผด วันนี้ใครที่มีปัญหาสิวผดและกำลังกลัดกลุ้มกับมันอยู่

วิธีรักษาสิวผด วันนี้ใครที่มีปัญหาสิวผดและกำลังกลัดกลุ้มกับมันอยู่ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับสิวผดมากขึ้นตลอดจนวิธีรับมือรักษาที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองวิธีรักษาสิวผด.

วิธีรักษาสิวผด

วิธีรักษาสิวผด สิวผดมาเยือนคราวหน้าจะได้บรรเทาเบาบางลง สาวๆ จะได้มั่นใจกับการเผยผิวหน้าเรียบเนียนกระจ่างใสอีกครั้ง

สิวผด

สิวผดคือ อะไร?

‘สิวผด’ หรือ ‘สิวเทียม’ (Acne Aestivale) มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘สิวหิน’ เป็นสิวที่เกิดมาจากเนื้องอกภายในต่อมเหงื่อ (Syringoma) ลักษณะของสิวประเภทนี้จะขึ้นเป็นตุ่มน้ำเม็ดเล็กๆ คล้ายกับผดโดยมักขึ้นบนผิวหน้าบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูกหรือคาง

เป็นสิวที่ไม่มีหัวจึงไม่สามารถบีบได้เหมือนสิวหัวขาวทั่วไป เมื่อใดที่เราตากแดดร้อนๆ เป็นเวลานานต่อมเหงื่อจะผลิตตุ่มสิวนี้ขึ้นมาติดกันหลายเม็ด เมื่อเอามือสัมผัสลูบไล้แรงๆ จะรู้สึกแสบคันมากยิ่งขึ้น

ยิ่งเหงื่อออกท่ามกลางแดดจัดจะยิ่งมีอาการคันยุบยิบง่ายมากและยังเป็นผื่นแดงได้ง่ายอีกด้วย การเช็ดถูผิวแรงๆ ก็อาจจะกระตุ้นให้เป็นหนองช้ำขึ้นมาได้ด้วย

สาเหตุของการเกิดสิวผดวิธีรักษาสิวผด

– สิวผดเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่า P.OVALE เชื้อดังกล่าวจะทำปฏิกิริยากับผิวบริเวณต่อมไขมันบนผิวหน้า เช่น หน้าผาก จมูก คางและในบริเวณทีโซนจนทำให้เกิดเป็นสิวผดขึ้นมา

– เกิดขึ้นจากสภาพอากาศร้อนๆ และการตากแดดจัดจนร่างกายเกิดการขับเหงื่อ หากยิ่งกระทบกับฝุ่นละอองด้วยแล้วจะก่อให้เกิดการอุดตันจนกลายเป็นสิวประเภทอื่นตามมาได้ด้วย

– เกิดจากการแพ้เครื่องสำอางที่คุณใช้หรือจากอุปกรณ์แต่งหน้าที่สกรก ไม่เคยได้ทำความสะอาดดีพอวิธีรักษาสิวผด

– เกิดจากการแพ้ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวดผม

– อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ล้างหน้าอุ่นหรือร้อนเกินไปก็สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวผดและสิวประเภทอื่นได้ด้วยเช่นกัน

– เกิดจากการสครับผิวหรือการขัดผิวรุนแรงและบ่อยเกินไป จนกลายเป็นการรบกวนผิวหน้าทำให้ผิวระคายเคืองตามมา

– เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกเป็นประจำจนทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง สภาพฮอร์โมนภายในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปจึงกระตุ้นให้เกิดสิวตามมามากขึ้น

– กินอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น อาหารมันๆ ทอดๆ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากขึ้นจนเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้ง่าย

– เกิดจากปลายผมที่สกปรกรวมถึงการปล่อยปลายผมให้ปรกหน้าผากรุงรัง ยิ่งหากไม่ได้สระผมด้วยแล้ว สิ่งสกปรกจากปลายเส้นผมก็จะยิ่งกระตุ้นก่อให้เกิดสิวผดตามมายิ่งขึ้นได้วิธีรักษาสิวผด.