ครีมทาผิว การเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผิวสุขภาพดี

ครีมทาผิว การเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผิวสุขภาพดี อีกเรื่องสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม และเข้าใจไปว่า ถ้าครีมบำรุงผิวดีอยู่แล้วไม่ว่าจะทาครีมอันไหนก่อนหรือหลังก็คงไม่ต่างกัน หรอก และนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างแรง!! แม้ว่าครีมบำรุงผิวต่างๆจะมีสรรพคุณเลอเลิศเพียงใด แต่ถ้าคุณทาผิดลำดับก่อนหลัง ก็จะเป็นการลดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้นให้เห็นผลน้อยลง ครีมทาผิว และอาจทำให้สุขภาพผิวเสียได้อีกต่างหากถ้าเป็นแบบนี้ คงไม่ดีแน่ใช่ไหม!! ดังนั้น เราจึงต้องจัดเรียงเครื่องประทินผิวทั้งหมดให้ดี และนี่คือคำแนะนำในการเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผิวสุขภาพดี ที่ไม่ควรมองข้ามที่ได้นำมาฝากกันครับ คำแนะนำนั้นคือ…ครีมทาผิว.

ครีมทาผิว

ครีมทาผิว ควรเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าอย่างไร

โดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษานั้น ต้องทาลงบนผิวโดยตรงจึงจะได้ผลมากที่สุด คุณจึงควรเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์รักษาสิวก่อนเสมอ จากนั้นจึงค่อยทาโลชั่นควบ คุณความมันในบริเวณที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดโดยไม่ลบล้าง ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์รักษาสิวออกไป แล้วจึงตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่บำรุงผิวต่างๆ แต่ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องสิวและความมัน คุณก็สามารถข้ามขั้นตอนดังกล่าวไปได้ครับ ก็คือแค่แต้มครีมบำรุงต่างๆในบริเวณที่ต้องการ แต่ห้ามลืมใช้ครีมกันแดดเด็ดขาด

 

การทาครีมบำรุงผิวหน้า ควรทาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษาลงไปก่อน แล้วค่อยตามด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุง และตบท้ายด้วยครีมกันแดด ครีมทาผิว

หลักในการเรียงลำดับการทาครีม คือให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อบางเบาก่อน และเนื้อหนักทาทีหลัง (ส่วนครีมเนื้อหนักและเนื้อเบาเป็นแบบใด เราจะรู้ได้อย่างไร วิธีที่เราจะสังเกตได้คือจากการสัมผัสเนื้อครีม ย่อมเห็นถึงความแตกต่างได้ว่า ครีมตัวไหนเหนอะหนะ หนักผิว หรือครีมตัวไหนทาแล้วรู้สึกบางเบาต่อผิว ซึมเข้าสู่ผิวเราได้ดี สำหรับกึ่งครีมกึ่งเจลไม่มีปัญหา จะทาอะไรก่อนหลังก็ได้) หรือสามารถเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง เริ่มจากเรียงดังนี้

- การล้างเครื่องสำอางค์

- ล้างหน้า

- โทนเนอร์

- ครีมบำรุงชนิดต่างๆ ถ้ามีทาดังนี้ ( ทาเซรั่ม > เนื้อเจล > เนื้อครีม )

- กันแดด/หรือรองพื้นผสมกันแดด

- เมคอัพ

 

 

 
วิธีเรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง

 

ใช้บูสเตอร์และอายครีมก่อนเป็นลำดับแรกเสมอ

ถ้าเป็นสิวอักเสบให้ใช้ยาแต้มเฉพาะจุด แล้วเว้นการทาครีมบำรุงทุกชนิดในบริเวณที่ทายา

ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti-Aging/ Whitening/Moisturizer ถ้ามีเนื้อเบาให้ทาก่อน (Serum/ Essence/ Concentrate)

ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti-Aging/ Whitening/Moisturizer ถ้ามีเนื้อหนักให้ทาทีหลัง (Cream/ Lotion/ Emulsion)

ครีมบำรุงในกลุ่มผลัดผิว เช่น เอเอชเอ (AHA) และบีเอชเอ (BHA) หรือพวกทรีทเม้นท์ต่าง ๆ เช่น เรตินอล (Retinol) จะทาก่อนพวกมอยส์เจอไรเซอร์ ครีมทาผิว.

แก้ตูดดำ ผิวหนังที่ก้นและขาหนีบเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยอะกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ

แก้ตูดดำ ผิวหนังที่ก้นและขาหนีบเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยอะกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ หากเกิดการเสียดสีบ่อยๆ เช่น การใส่กางเกงรัดๆ นั่งบนเก้าอี้แข็งๆ เป็นต้น จึงทำให้เกิดปัญหาตูดดำเอาได้ง่ายๆ ยิ่งใครที่มีน้ำหนักมากๆ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า แก้ตูดดำ “อ้วน” ก็จะยิ่งมีความสิ่งที่จิเกิดปัญหาตูดดำ ขาหนีบดำมากกว่าคนผอม ฉะนั้น วิธีแก้ตูดดำสำหรับคนอ้วนจึงจำเป็นต้องลดน้ำหนักให้ได้ก่อน นอกเหนือจากนั้นก็ควรใช้วิธีแก้ตูดดำแบบบ้านๆที่เราได้รวมรวมมานำเสนอดังต่อไปนี้ แก้ตูดดำ.

แก้ตูดดำ

แก้ตูดดำ วิธีแก้ตูดดำแบบบ้านๆ
1.แก้ตูดดำฉบับพันทิป วิธีแก้ตูดดำนี้เราได้นำมาจากเว็บไซต์ดังอย่างพันทิป ที่มีคนไปตั้งกระทู้เอาไว้ว่า “(รีวิว) ครีมแก้ก้น(ตูด)ดำ ทำเอง ราคาถูก” โดยมีการใช้วาสลีนกระปุกสีเหลือง ผสมกับครีมกวนอิมที่หาได้ตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งวิธีการทำก็แสนง่ายเพียงแค่ตักส่วนผสมทั้งสองมาคนให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาทาบริเวณที่เป็นปัญหาได้เลย สำหรับผลลัพธ์ที่ได้มีผลมาแสดงความเห็นการันตีสูตรนี้อยู่พอสมควร โดยสูตรนี้จะทำให้ความดำด้านค่อยๆหายไป จนได้ผิวแก้มก้นเนียนสดใสแบบเป็นธรรมชาติอย่างที่สาวๆต้องการ
2.แก้ตูดดำด้วยการสครับและบำรุง โดยขั้นตอนแรกให้ทำความสะอาดผิวบริเวณที่เป็นปัญหาตูดดำเสียก่อน จากนั้นก็ทำการสครับผิวโดยใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ ขัดเบาๆไปตรงที่บริเวณดำด้าน เพื่อเป็นการดูแลผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกระด้างออกไป ท้ายสุดให้บำรุงผิวด้วยการชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ชุ่ม โดยขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น สุขภาพผิวแข็งแรง ไม่แห้งกร้าน ที่สำคัญสารอาหารในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยแก้ตูดดำอย่างเห็นผล แก้ตูดดำ
ขั้นตอนสุดท้ายให้ทาครีมกวนอิม เพราะสีของครีมค่อนข้างออกไปทางสีเนื้อคล้ายบีบีครีม ซึ่งหลังจากทาไปได้สักพักจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้ หลังจากทาครีมกวนอิมแล้วอาจจะมีความเหนียวเหนาะหนะ ทำให้บางคนรำคาญใจ ก็สามารถแก้ได้โดยการโบกแป้งเด็กไปที่ก้นได้เลย หลังจากนั้นก็รอดูผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งการรันตีได้เลยว่าภายใน 3 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
นอกจากวิธีแก้ตูดดำข้างต้นแล้ว ยังควรหาเบาะรองก้นนิ่มๆมาแทนที่นั่งแข็งๆ โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ หากหาที่เบาะนุ่มมารองก้นแล้วล่ะก็ ปัญาตูดดำก็จะมาเยือนไม่รู้จักจบจักสิ้น และสำหรับคนที่ชอบนั่งพื้นก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการนั่งพื้น เพราะจะช่วยลดการสัมผัสไม่ให้ผิวเสียดสีจนเกิดเป็นรอยตูดดำ
การทาครีมบำรุงผิวมอบความชุ่มชื่นเป็นประจำในบริเวณจุดสัมผัสหรือเสียดสีก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเนื้อครีมจะช่วยลดอาการดำ ความหมองคลำ และความแห้งกร้านได้ดี รวมทั้งช่วยในเรื่องความเนียนน่าสัมผัส เพราะช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง หยาบกร้าน หรืออีกวิธีได้ผลไม่แพ้กันคือการสครับผิว ทั้งนี้ ควรสครับผิวตามจุดสัมผัสโดยค่อยๆขัดอย่างเบามือ จะสามารถแก้ตูดดำให้จางลงได้บ้าง หรือให้ความหนาลดลง แต่ในรายที่ผิวบริเวณดังกล่าวดำมากก็อาจใช้ไม่ได้ผล
ไม่แนะนำให้สครับขัดแบบรุนแรง ใครที่คิดยิ่งลงแรงขัดความดำจะได้หลุดออก เช่น เอาใยบวมหนาๆ มาขัดถูแรงๆ จนเกิดอาการอักเสบบวมแดง พอแดงมากๆ อาจจะทำให้ความดำเยอะขึ้นได้อีก เพราะนั่นคือการเสียดสีอย่างรุนแรง ดังนั้น อย่าขัดตัวผิวบริเวณก้นบ่อยเกินไป แค่สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญ ผงสครับขัดผิวต้องมีความละเอียดพอสมควร ห้ามเอาแบบเม็ดเกลือชนิดหยาบๆมาขัดตัวเด็ดขาด แก้ตูดดำ.

 

 

 

โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา วิธีรักษาด้วยตัวเองที่บ้านอีกกว่า 1 ล้านคนทีเดียว

โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา  วิธีรักษาด้วยตัวเองที่บ้านอีกกว่า 1 ล้านคนทีเดียว เรียกได้ว่าชาวอเมริกันนั้น คุ้นเคยกับวิธีรับมือโดนท่อไอเสีย วิธีรักษาด้วยตัวเองมาอย่างโชกโชนกันเลยทีเดียว ซึ่งบทความในวันนี้ก็จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเคล็ดลับของเหล่าชาวอเมริกันว่า โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา เมื่อพวกเขาโดนท่อไอเสีย วิธีรักษาจะมีอะไรกันบ้าง โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา.

โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา

โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา เคล็ดลับการดูแลรักษาตัวเองเมื่อแขนขาถูกท่อไอเสียเผาไหม้
เมื่อแขน ขา หรืออวัยวะอื่นๆของคุณโดนท่อไอเสีย วิธีรักษาที่ควรปฎิบติตามอย่างเคร่งครัดจะมีดังต่อไปนี้
1.ทำการสำรวจดูพื้นผิวที่ถูกสัมผัส เพื่อตรวจสอบความรุนแรงของการเผาไหม้ว่า ผิวหนังมีสีแดงหรือไม่ มีอาการบวมมากน้อยเพียงใด รวมไปถึงความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญานพื้นฐานที่ช่วยบ่งบอกระดับความรุนแรงในการเผาไหม้ ถ้าหากอาการเหล่านี้มีเพียงเล็กน้อยแสดงว่าเป็นการเผาไหม้ระดับที่ 1 แต่ถ้าหากมีอาการเจ็บปวดมาก และมีบาดแผล นั่นหมายความว่าความรุนแรงอยู่ในระดับที่ 2 แล้ว
2.วัดพื้นที่ผิวที่ถูกไหม้ ถ้ามีพื้นที่เส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 3 นิ้ว และมีความลึกไม่มากกว่าผิวชั้นนอก คุณสามารถทำการรักษาได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้ามากกว่านั้นคุณจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์
3.แช่บริเวณที่ถูกเผาด้วยน้ำเย็น ประมาณ 15 นาที หรือใช้น้ำแข็งแช่น้ำแข็งเย็นๆ ห่อหุ่มด้วยผ้าอ่อนนุ่มทำการประคบบริเวณที่ถูกเผาไหม้ก็ได้เช่นเดียวกัน
4.เจลว่านหางจระเข้หรือโลชั่น ครีม ยาปฎิชีวะนะ หรือครีมบำรุงผิวที่มีความอ่อนโยน สามารถช่วยปลอบโยนผิว และช่วยทำให้ผิวที่เกิดแผลลวกจากท่อไอเสียไม่ให้แห้ง
5.ป้องกันการติดเชื้อด้วยผ้าผันแผล ผ้าก็อซ ตาข่าย หรือฟิล์มทางการแพทย์ ช่วยปกป้องความเสียหายผิวหนังที่ได้รับความเสียหายไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม หรือติดเชื้อขึ้น
6.บรรเทาความเจ็บปวดดวยยาแอสไพริล acetaminophen หรือ ibuprofen ยาเหล่านี้สามารถช่วยลดความเจ็บปวด และอาการบวมจากแผลลวกของท่อไอเสียได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรทำการอ่านฉลากข้อแนะนำปริมาณในการใช้ยาอย่างระมัดระวัง โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา
7.เปลี่ยนผ้าก็อซ หรือผ้าผันแผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบการติดเชื้อ ซึ่งสัญญานการติดเชื้อมักจะมาพร้อมกับอาการปวด อาการบวม มีไข้ หรือมีน้ำซึมออกมาจากบริเวณที่ถูกลวกอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากคุณสงัเกตเห็นอาการเหล่านี้ ขอแนะนำให้เข้ารับการรักษาจากแพทย์โดยเร็วที่สุด

ข้อแนะนำเพิ่มเติม&ข้อควรระวัง
เมื่อผิวหนังของคุณโดนท่อไอเสีย วิธีรักษาที่ดีนอกจากการป้องกันแล้ว ยังมีสิ่งอื่นๆทึคุณควรทราบเพื่อพึงระวังอีกหลายข้อ อาทิเช่น
-ห้ามใช้น้ำแข็ง เนย หรือน้ำมัน สัมผัสลงไปบริเวณผิวที่ถูกเผาไหม้โดยตรง
-อย่าทำการเปิดแผล เพราะผิวหนังบริเวณกำลังอยู่ในระหว่างทำลายและฟื้นฟูตัวเองอยู่
–ควรทำความสะอาดพื้นที่รอบๆที่ถูกเผาเบาๆ ด้วยสบู่ และน้ำยาปฎิชีวะนะเป็นประจำ
-เปลี่ยนผ้าผันแผลให้เป็นประจำทุกวัน
-ถ้าหากการเผาไหม้จากท่ออเสียมีความรุนแรง ขอแนะนำให้รีบไปทำการพบแพทย์โดยทันที

วิธีการฟื้นฟูสภาพผิว ลดรอยแผลเป็นอย่างง่ายๆแต่ได้ผล
ถึงแม้ว่าคุณจะปฎิบัติตัวตามวิธีที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้นทันทีหลังจากที่ถูกท่อไอเสียเผาไหมผิวหนังแล้วก็ตาม แต่โอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นขึ้นในบริเวณที่ถูกทำลายด้วยความร้อนก็ยังคงมากอยู่ดี ดังนั้น หลังจากที่ดูแลผิวในเบื้องต้นจนกระทั่งแผลเริ่มแห้งสนิทดีแล้ว คุณก็ควรที่จะทำการบำรุงผิวอย่างต่อเนื่อง ด้วยครีมบำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และมีประสิทธิภาพในการบำรุงเยียวยาผิวพรรณให้กลับมามีสภาพที่ดีดังเดิม โดนท่อไอเสีย วิธีรักษา.

 

แก้รูขุมขนกว้าง โดยรูขุมขนใหญ่มักจะพบได้ในบริเวณ T-zone

แก้รูขุมขนกว้าง โดยรูขุมขนใหญ่มักจะพบได้ในบริเวณ T-zone และเกิดขึ้นบ่อยสุดในคนผิวมัน รูขุมขนเป็นสิ่งที่ต้องมีกันทุกคน แต่ถ้าอยากให้รูขุมขนเล็กลง ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าจะทำให้เล็กขนาดใหญ่ แบบไม่เหลือรูเลยหรือเนียนแบบท้องแขนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ! เพราะยังไม่มีวิธีใด ๆ ที่สามารถทำให้เรียบได้ขนาดนั้น ยิ่งบริเวณจมูกยิ่งยากใหญ่ แก้รูขุมขนกว้าง แต่ก็สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ แก้รูขุมขนกว้าง.

แก้รูขุมขนกว้าง

แก้รูขุมขนกว้าง สาเหตุรูขุมขนกว้าง
การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม ปัญหารูขุมขนกว้างนั้นมักเกิดจากการดูแลผิวที่ผิดวิธี เช่น การไม่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน ไม่ขัดผิว ไม่ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เลย เป็นต้น
สิวอุดตันและสิวหัวดำ สิวคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบบีบสิวเป็นประจำ
ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่น สำหรับวัยนี้จะเป็นวัยที่รูขุมขนจะขยายใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะผิวจะมีการขับความมันออกมามากขึ้น
ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง เพราะถ้าต่อมใต้ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป ก็จะเกิดการขยายของรูขุมขนทำให้รูขุมขนกว้างได้
แสงแดด การถูกแสงแดดเป็นประจำจะทำให้ผิวของคุณหนาขึ้น และนั้นอาจเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนอุดตันจนทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ อีกทั้งแสงแดดยังเป็นตัวทำลายอีลาสตินและคอลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น คอลาเจนที่เป็นตัวรักษาความกระชับก็ถูกทำลายไป ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
พันธุกรรม สำหรับใครที่คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นคนที่มีรูขุมขนกว้าง มันก็ไม่แปลกเลยที่คุณจะเป็นแบบนั้นด้วย
สภาพแวดล้อม ความเครียด สิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน ฯลฯ แก้รูขุมขนกว้าง
วิธีกระชับรูขุมขน
รักษาความสะอาด การรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเหนื่อยหนักง่วงนอนแค่นั้น คุณก็ห้ามนอนทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องสำอางอยู่บนผิวหน้าเป็นอันขาด และควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน ซึ่งจะเป็นการช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันรูขนขุมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนกว้างได้
ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นวันละ 2 ครั้ง การล้างหน้าจะเป็นการช่วยล้างครามสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนอยู่ให้ออกไป ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงเหมือนเดิมได้ แต่การล้างที่เหมาะสมควรล้างวันละ 2 รอบเท่านั้น คือช่วงตอนเช้าตื่นนอนและตอนกลางคืนในช่วงชำระล้างร่างกาย
ดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การผักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนดึกมากจนเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ และที่สำคัญต้องไม่เครียดด้วยนะเอ่อ ^^”
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รูขุมขนกว้างที่เกิดจากการอุดตันของไขมัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันสูงอย่างอาหารทอดทั้งหลาย ถ้าเป็นได้ควรหลีกเลี่ยงแล้วหันมารับประทานอาหารที่ประโยชน์แทนเช่น ผักผลไม้สด ปลา เป็นต้น
ขจัดความมันบนใบหน้า พยายามทำผิวให้แห้ง เพราะการทำผิวให้แห้งจะทำให้ชั้นเคอราตินหดตัวเล็กลง จึงดูเหมือนว่ารูขุมขนมีขนาดเล็กลง โดยอาจเลือกใช้คลีนเซอร์แบบ oil-control หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิค เอสิด ซึ่งจะช่วยป้องกันความมันบนหน้าก็ได้
โทนเนอร์กระชับรูขุมขน คุณควรใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวอีกครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งโทนเนอร์นี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น ช่วยลดสิ่งอุดตันต่าง ๆ ทำให้ผิวดูกระชับ
ครีมกระชับรูขุมขน หรือ เซรั่มกระชับรูขุมขน ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนจำพวกครีมหรือเซรั่มหลายยี่ห้อที่สามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้ แต่จะต้องมาดูกันอีกทีว่าผิวหน้าของคุณเหมาะกับการใช้ครีมตัวไหน ซึ่งบางสูตรจะช่วยเคลือบผิวให้ดูเรียบเนียน บางสูตรจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นฟื้นฟูผิวหนังด้านบนให้ดูเอิบอิ่ม หรือบางสูตรจะมีสารที่ช่วยละลายสิ่งอุดตันที่มีอยู่ในรูขุมขน เมื่อรูขุมขนสะอาดจึงทำให้รูขุมขนดูเล็กลง สำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้างมากอยู่แล้วก็มักจะเป็นคนผิวมันด้วย ฉะนั้นคุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมแบบเจลหรือมีเนื้อบางเบาเพื่อให้ซึมซับได้ง่ายและไม่ทิ้งส่วนเกินไว้บนใบหน้า โดยควรใช้ทุก ๆ ครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งจะเป็นเวลาที่รูขุมขนเปิดและผิวหนังจะซึมซับครีมบำรุงได้ดี
หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางบางชนิด เครื่องสำอางบางอย่างโดยเฉพาะบีบีครีม อาจเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอุดตันซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ดังนั้นถ้าคุณอยากปกปิดรูขุมขนก็ควรหันมาใช้แป้งที่ผสมรองพื้นแทนจะดีกว่า ทั้งนี้ยังควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม สารกันบูด และผลิตภัณฑ์ประเภทออยล์เบส (Oil based) ด้วย เพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย ทำให้หน้ามันและเสี่ยงต่อการเกิดสิวมากขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หยาบกระด้าง ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดฝอยขยาย กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ขนาดของรูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น
ใช้เครื่องสำอางสูตรปกปิดหรือพรางรูขุมขน โดยจะช่วยปกปิดหรือพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลงด้วยส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ซิลิโคน วิธีนี้อาจจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไปหน่อย จึงควรระวังเรื่องส่วนประกอบบางชนิดที่อาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้
ปกป้องผิว คุณควรปกป้องผิวหน้าของคุณด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนการออกแดด เพราะแสงแดดและความร้อนนั้นเป็นตัวการทำให้หน้าเกิดการหมองคล้ำ ผิวเสียความชุ่มชื้น และทำให้หน้ามันมากขึ้น ซึ่งเหล่านี้เองเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
แผ่นลอกสิวเสี้ยน อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดรูขุมขนกว้างได้ เพราะแผ่นลอกจะเป็นตัวช่วยจับเอาสิ่งสกปรกและสิวบนใบหน้าของคุณออกไป ทำให้รูขุมขนไม่เกิดการอุดตันและเล็กลง แต่ก็ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ทำให้ผิวบางลง และอาจทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิมก็ได้
ประคบน้ำแข็ง ให้นำก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้าแล้วถูวนเบา ๆ ไปตามผิวโดยเฉพาะบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง (หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบาง ๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้) โดยให้ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 20-30 วินาที หรือทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอใจ (ถ้าทนได้นะ) ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงและช่วยเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหนาได้อีกด้วย ถ้าทุกวันอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน (หลังทำเสร็จคุณอาจใช้น้ำมะนาวนำมาทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดด้วยก็ได้)
ประคบน้ำแข็งลดรูขุมขน แก้รูขุมขนกว้าง.

 

ลดหน้ามัน สำหรับใครที่มีความกังวลความมันส่วนเกินบนใบหน้า

ลดหน้ามัน สำหรับใครที่มีความกังวลความมันส่วนเกินบนใบหน้า แต่ไม่รู้จะหาทางออกยังไง ลองมาหลายวิธีแล้วแต่หน้าก็ยังมันเหมือนเดิม ยิ่งสภาพอากาศในบ้านเราที่ร้อนอบอ้าวขนาดนี้ ยิ่งง่ายมากที่จะทำให้ผิวหน้าของเรามันได้ตลอดเวลา ลดหน้ามัน ยิ่งแก้ก็เหมือนจะยิ่งเป็นหนักขึ้น ทำให้เสียความมั่นใจกันไม่ใช่น้อยเลย ลดหน้ามัน.

ลดหน้ามัน

ลดหน้ามัน เนื่องจากใบหน้าที่มีความมัน จึงทำให้ความสกปรกต่าง ๆ ไปรวมอยู่บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือมลภาวะต่าง ๆ ที่เราทำกิจกรรมอยู่ในทุก ๆ วัน จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น ทำให้หน้าดูโทรม หมองคล้ำง่ายมาก ขาดความมั่นใจ ผิวหน้าเปรียบเสมือนหลุมดำที่ทำหน้าที่ดูดจับฝุ่นละออง จนเกิดสารพัดสิวและสิ่งอุดตันบนใบหน้าตามมา ทำให้รูขุมขนกว้าผิวหน้าไม่เรียบเนียน บีบสิวไปเรื่อย ๆ ก็เกิดรอยดำจากสิว แต่งหน้าแปปเดียวเครื่องสำอางละลาย เติมแป้งหน้าก็คราบ ฯลฯ โอ้ยยย… โครตกลุ้มจริง ๆ ! ดังนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนหน้ามัน ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนด้วย ไปดูสาเหตุและ

สาเหตุของผิวมัน
ผิวหน้ามันมีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ โดยต่อมไขมันบนใบหน้าจะมีมากในช่วง T-Zone โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจมูกจะมีขนาดใหญ่และทำงานได้ดีกว่าต่อมไขมันบริเวณอื่น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบริเวณจมูกมักจะมีความมันมากกว่าปกติ ลดหน้ามัน

โดยสาเหตุหลัก ๆ แล้วผิวมันจะมาจากกรรมพันธุ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น อารมณ์ ความเครียด อากาศเปลี่ยนแปลง ความร้อน ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง การสัมผัส การใช้สกินแคร์ที่มากเกินความจำเป็นหรือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิว รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิดก็มีส่วนทำให้ผิวของเรามันมากขึ้นเช่นกัน

วิธีแก้หน้ามัน
เลือกรับประทานอาหารสักนิด สำหรับคนผิวมัน สารอาหารสำคัญที่ควรได้รับอย่างเพียงพอก็คือ วิตามินเอ และ วิตามินบี2 เนื่องจากการขาดวิตามินบี2 แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ผิวหน้ามันหนักขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี2 อย่างถั่วต่าง ๆ และธัญพืชแบบไม่ขัดสีทั้งหลาย ๆ ให้เพียงพอ ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถช่วยลดกระบวนการผลิตความมันของผิวหน้าได้ เช่น แครอท แคนตาลูป ผักโขม ฯลฯ นอกจากนี้คุณควรเลือกรับประทานผักและผลไม้ให้มาก หลีกเลี่ยงอาหารทอดและอาหารมัน เพราะยิ่งกินก็ยิ่งทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น ส่วนน้ำตาลและอาหารขยะทั้งหลายก็ควรหลีกเลี่ยง รวมไปถึงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเผ็ดร้อน เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ และทำให้ร่างกายขาดน้ำ
ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ การดื่มน้ำเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดวามมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี เพียงแค่คุณจิบน้ำทีละน้อยในระหว่างวันให้บ่อยครั้ง ไม่ควรดื่มมากในครั้งเดียว เพราะร่างกายจะได้รับเพียงเล็กน้อย ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางปัสสาวะ แต่การค่อย ๆ จิบจะช่วยให้ร่างกายนำน้ำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น ร่างกายได้ทำความสะอาดจากภายใน และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่าให้อะไรมาบดบังใบหน้า อย่างเช่นการปล่อยผมให้ปิดหน้า เพราะความสกปรกจะยิ่งสะสมบนใบหน้าของเรามากขึ้น คุณควรเลือกทำผมแบบที่สามารถเปิดใบหน้าออกได้ หรือหาที่หนีบผมสวย ๆ มาประดับแล้วรวบผมไว้ซะ ส่วนในเวลานอนก็ควรรวบผมไปข้างหลัง และหมั่นรักษาความสะอาดเครื่องนอน ปอกหมอน และผ้าห่มเป็นประจำ
หลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดด คุณควรระวังอย่าให้ถูกแดดมากจนเกินไป แม้ว่าแสงแดดจะทำให้ผิวแห้งลงและขาดความสมดุลได้ จึงเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้หน้ามันหนักขึ้นกว่าเดิม และถึงแม้ว่าผิวหน้าของคุณจะมันอย่างไรก็ตาม ก็อย่าลืมทากันแดดตอนทุกเช้า โดยพยายามเลือกใช้กันแดดสูตรบางเบาหรือกันแดดที่มีส่วนผสมที่ช่วยดูดซับความมันได้ (ครีมกันแดดสําหรับคนหน้ามัน) อย่างอนุภาคสังกะสี (micronized zinc) หรือไทเทเนียนไดออกไซด์ (titanium dioxide) และถ้าคุณไม่แพ้แอลกอฮอล์ก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรที่ผสมแอลกอฮอล์ได้เลย ซึ่งจะมีความบางเบาและซึมซาบได้เร็วกว่าสูตรอื่น ๆ
เรื่องความสะอาดต้องมาก่อน การที่ผิวหน้าของเรามีความมัน ก็จะยิ่งสะสมสิ่งสกปรกบนใบหน้า เพราะฉะนั้นเราไม่ควรปล่อยให้มีสิ่งตกค้างอยู่บนใบหน้าเป็นอันขาด ควรล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด และไม่ควรล้างหน้าบ่อย ๆ แต่ควรล้างแค่ช่วงเช้าและเย็น หรือล้างเฉพาะในเวลาที่รู้สึกว่าหน้าตัวเองมันมากจริง ๆ เท่านั้น เนื่องจากการล้างหน้าบ่อย ๆ จะยิ่งเป็นการเร่งผิวให้ผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม
เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า คุณควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีค่า pH เป็นกลางหรือค่อนไปทางกรดเล็กน้อย เพราะสภาพที่เป็นกรดจะช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี หรือเลือกโฟมล้างหน้าสูตรเย็น ที่ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง เพราะนอกจากจะช่วยคืนความสดชื่นแล้วยังช่วยกระชับรูขุมขนด้วย ส่วนสบู่นั้นโดยปกติแล้วจะมีฤทธิ์เป็นด่าง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ธรรมดาล้างหน้า ส่วนโฟมล้างหน้าแบบสครับก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เนื่องจากเม็ดสครับจะไปกระตุ้นให้ผิวสร้างน้ำมันมากขึ้น
ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว คุณควรใช้โทนเนอร์ชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และอะซีโตน เพราะจะทำให้หน้าแห้งมากขนผิวส่งสัญญาณให้ผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้หน้ามันอย่างรวดเร็ว คุณควรหมั่นใช้โทนเนอร์เป็นประจำ โดยใช้สำลีชุบและลูบไล่ไปให้ทั่วใบหน้าและลำคออย่างอ่อนโยน ทำแบบนี้ประมาณ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี
ใช้ครีมบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำมัน (ครีมสําหรับคนหน้ามัน) น้ำมันและความชุ่มชื้นเป็นคนละเรื่องกัน ผิวมันก็ปราศจากความชุ่มชื้นได้ ดังนั้นคุณควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีพื้นฐานจากน้ำ เพราะการเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันจะยิ่งทำให้หน้ามันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งครีมกันแดดที่มีความเหนียวข้นเป็นอยู่แล้ว ก็ให้เปลี่ยนมาเลือกใช้ยี่ห้อที่เบาบางดู เช่น แบบออยล์ฟรีที่เหมาะกับผิวหน้า ส่วนครีมบำรุงถ้าไม่มีแบบปราศจากน้ำมันหรือมีคุณสมบัติเฉพาะคนผิวมัน ก็ให้เลือกเป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ชนิดบางเบาไม่เข้มข้น หรือเซรั่มแบบน้ำ หรือเจลบางเบาที่ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว เพื่อช่วยรักษาระดับความชุ่มชื่นแต่ไม่เหนอะหนะ
เลือกเครื่องสำอางในการแต่งหน้า เครื่องสำอางในปัจจุบันจะมีทั้งแบบแมทด้าน ๆ และแบบแวววาว ดูเงา ทั้งรองพื้น แป้งพัฟสําหรับคนหน้ามัน ลิปสติก อายแชโดว์ ถ้าเป็นไปได้ให้พยายามเลือกแบบที่เป็นเนื้อแมท จะได้ไม่ไปส่งเสริมให้หน้าของเราดูมันมากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของรองพื้น ควรเลือกใช้รองพื้นสําหรับคนหน้ามัน จะสูตรน้ำหรือรองพื้นสูตรเจลที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน น้ำหอม และแอลกอออล์ เนื่องจากรองพื้น 2 เนื้อนี้จะมีความบางเบา สามารถช่วยปกปิดร่องรูขุมขนบนใบหน้าได้อย่างพอเหมาะ อีกทั้งยังทนน้ำและทนเหงื่อได้ดี ไม่ทำให้รองพื้นหลุดลอกได้ง่ายในระหว่างวัน และให้เน้นไปที่รองพื้นซึ่งมีส่วนผสมของแร่ธาตุและวิตามินจากธรรมชาติ อย่างน้ำแร่ ซิงค์ ออกไซด์ และวิตามินซี เพราะจะช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี และวิตามินซียังช่วยทำให้ผิวของคุณดูกระจ่างใส เปล่งปลั่งไม่หม่นหมองอีกด้วย
ใช้มาส์กหรือครีมที่มีสาร AHA, BHA เพราะส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว กระชับรูขุมขนให้เล็กลง และช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ จึงเป็นการเผยผิวใหม่ที่ดูเรียบเนียน แต่ก็ไม่ควรใช้บ่อยจนเกินไป แต่ให้ใช้แค่ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็พอ อย่าเช่น พอกหน้าด้วยโคลน เพราะมาส์กหน้าจำพวกโคลนจะมีจุดเด่นในเรื่องการช่วยดูดซับความมันและทำความสะอาดรูขุมขนได้ดี หรือเลือกใช้สมุนไพรอย่างขมิ้นและมะขามเปียก เป็นต้น ลดหน้ามัน.

กำจัดสิวเสี้ยน กลไกการเกิดสิวเสี้ยน ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

กำจัดสิวเสี้ยน กลไกการเกิดสิวเสี้ยน ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการสร้างเซลล์ที่มากผิดปกติ และมักจะเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก การเกิดสิวเสี้ยนมักจะเริ่มจากมีการอุดตันที่ท่อต่อมไขมัน หรือมีการผลิตไขมันออกมามาก จึงเกิดการอุดตันในรูขุมขน และไขมันจะไปรวมตัวกับเซลล์ชั้นขี้ไคลจากผนังท่อ จนกลายเป็นก้อนที่เรียกว่า “คอมีโดน” และนอกจากการอุดตันของไขมันจนเป็นก้อนขาว ๆ  กำจัดสิวเสี้ยน แล้ว ยังมีขนที่คุดคู้อยู่ข้างในด้วย ซึ่งแทนที่ 1 รูขุมขนจะมีขนเพียง 1 เส้น แต่กลับมีขนอ่อนเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นอัดกันอยู่ รวมตัวกับเซลล์ชั้นขี้ไคล และถูกห่อหุ้มด้วยผนังท่อต่อมไขมัน จนเกิดการอุดตัน ถ้าลองบีบดูจะเห็นเส้นสีขาวเหมือนตัวหนอน หากนำมาส่องด้วยแว่นขยายก็จะเห็นขนอ่อนจำนวนมากประมาณ 6-50 เส้น นอกจากจะเห็นว่ามีลักษณะเป็นจุดดำ ๆ แล้ว ยังมีหนามแหลม ๆ ยื่นออกมา เวลาใช้มือคลำจะรู้สึกสะดุดเหมือนหนาม กำจัดสิวเสี้ยน.

กำจัดสิวเสี้ยน

กำจัดสิวเสี้ยน วิธีรักษาสิวเสี้ยน
เริ่มจากดูแลตัวเอง เราสามารถลดสิวเสี้ยนได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยการรักษาความสะอาดบนใบหน้า พยายามอย่าให้หน้ามัน หากหน้ามันระหว่างวันก็ให้ใช้ทิชชู่ซับหน้าแทนการใช้กระดาษซับมัน หรือจะล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าแล้วซับหน้าให้แห้งก็ได้ และไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง พยายามเลือกใช้เครื่องสำอางที่ช่วยดูดซับความมัน เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีเนื้อบางเบา เช่น แบบเจลหรือโลชั่น และใช้ในปริมาณน้อย เพื่อลดการอุดตันบริเวณรูขุมขน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เน้นรับประทานผักและผลไม้ให้มาก ๆ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง การรักษาต้องควบคู่มากับการป้องกัน พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดสิวเสี้ยนคุณควรหลีกเลี่ยงไม่ว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้หน้ามันหรือปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้รูขุมขนกว้าง เช่น บำรุงผิวหน้าจนเกินความจำเป็น บีบสิวเสี้ยนหรือกดสิวเสี้ยนด้วยตัวเอง รวมไปถึงการนวดหน้า ขัดหน้าบ่อย ๆ เช็ดถูกหน้าแรง ๆ จนเป็นการรบกวนรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้างและก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย จนกลายเป็นปัญหาไม่รู้จบ กำจัดสิวเสี้ยน
เบนซอยเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP) หรือยาบีพี ให้นำมาใช้ทาให้ทั่วหน้าก่อนการล้างวันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและเย็นหรือก่อนนอน โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ยานี้จะออกฤทธิ์ไปลดปริมาณไขมันที่ผิวหนังและช่วยละลายสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขน จึงช่วยลดการอุดตันของต่อมไขมันได้ เริ่มต้นควรใช้ในขนาดความเข้มข้นต่ำก่อนหรือขนาด 2.5% เมื่อผิวเริ่มชินกับยาแล้ว จึงค่อยเพิ่มระยะเวลาการทาให้นานขึ้น และเพิ่มความเข้มข้นของยาเป็น 5% หรือ 10% ไขมันที่อุดตันก็จะถูกละลาย แต่ขนที่คุดเป็นเส้นดำ ๆ นั้น อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การกดออก
เบนซอยเพอร์ออกไซด์
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA (ยาละลายสิวเสี้ยน) เพราะมันจะช่วยทำให้ไขมันอ่อนตัวลง ทำให้เราสามารถเอาสิวเสี้ยนออกมาได้โดยง่าย เมื่อเรานำเอาสิวเสี้ยนออกจากรูขุมจนของเราได้แล้ว ก็ต้องกระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์ทันที เพียงเท่านี้ก็สามารถลดการเกิดสิวเสี้ยนได้แล้วล่ะ สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท BHA อาจหาได้ไม่ง่ายนัก แม้ว่าจะใช้ชื่อ BHA (Beta hydroxyl acid) แต่บนฉลากมักเขียนว่า Salicylic acid แถมเรายังไม่รู้ด้วยว่ามี BHA ผสมอยู่มากพอที่ช่วยละลายไขมันได้หรือไม่ เลยทำให้คนใจร้อนรู้สึกว่ามันเห็นผลช้า ดังนั้นถ้าอยากจะใช้ตัวช่วยที่รวดเร็วกว่า BHA ก็ขอแนะนำเป็น “เรตินอยด์”
ยาละลายสิวเสี้ยน
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยละลายการอุดตันของต่อมไขมัน ลดการเกาะตัวของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณรูขุมขน จึงช่วยป้องกันการเกิดสิวเสี้ยนใหม่และช่วยทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกมาได้ง่าย ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบแอลกอฮอล์เบสและแบบวอเตอร์เบส ส่วนการเลือกใช้ก็ดูว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง เรตินเอ (แอลกอฮอล์เบส) หรือ ดิฟเฟอริน (วอเตอร์เบส) โดยเรตินอยด์นั้นจะมีการทำงานคล้ายกับ BHA แต่จะให้ผลรวดเร็วทันใจกว่า ทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกมาจากรูขุมขนได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าใช้ร่วมกับมาร์คลอกสิวเสี้ยนและทำการกระชับผิวด้วยโทนเนอร์และเจลสำหรับกระชับรูขุมขนละก็ ผิวของคุณก็จะเรียบเนียนสมใจอยากแล้วล่ะ
ครีมกำจัดสิวเสี้ยน
ลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peeling) เป็นกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหน้ารวมทั้งไขมันที่อุดตัน ด้วยการใช้กรดผลไม้ (AHA) หรือใช้ trichloracetic acid (TCA) ก็ทำให้สิวเสี้ยนง่ายต่อการกดออก แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็มักได้ผลในระยะเวลาสั้น ๆ คุณอาจต้องทายาร่วมด้วยเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ใช้เครื่องมือกดสิว นำมากดบริเวณที่เป็นสิวเสี้ยนดำ ถ้าเป็นสิวหัวดำก็จะมีก้อนไขมันสีดำผุดออกมา แต่ถ้าเป็นสิวเสี้ยนชนิดเส้นขนก็อาจได้กระจุกเส้นขนอุดตันหลุดออก แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้
กดสิว
กาวตราช้างลอกสิวเสี้ยน อาจจะอึ้ง ๆ หรือสงสัยว่าใช้แล้วมันไม่ติดหน้าหรือ? ก็บอกเลยครับว่ากาวมันไม่ติดหน้าหรอก แต่มันจะไปติดอยู่ที่เทป ถ้าถามว่าอันตรายไหม? ถ้าใช้เป็นก็ไม่เป็นอันตรายครับ แต่ห้ามเอาไปลอกส่วนอื่นนอกจากจมูกโดยเด็ดขาด และให้ทำ 2 อาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง เพื่อจะได้ไม่เป็นการรบกวนผิวมากเกินไป วิธีนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนมาสักพักแล้ว หลัง ๆ มันเริ่มลอกสิวไม่ค่อยออก ใช้ไข่ขาวอยู่นานจนเริ่มไม่ได้ผล ก็อาจจะลองหันมาใช้กาวตราช้างลอกสิวเสี้ยนดูก็ได้ โดยเริ่มจากเตรียมอุปกรณ์คือ เทปย่น ขนาดความกว้างประมาณ 1 นิ้วครึ่ง (เล็กกว่านี้จะไม่ค่อยเวิร์ค) และ กาวตราช้าง ครับ กำจัดสิวเสี้ยน.

รักษาสิวเสี้ยน เชื่อแน่ว่าทุกคนเกิน 90 % มีปัญหาสิวเสี้ยนตามจุดต่างๆ บนใบหน้า

รักษาสิวเสี้ยน เชื่อแน่ว่าทุกคนเกิน 90 % มีปัญหาสิวเสี้ยนตามจุดต่างๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะที่จมูก วันนี้มีวิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่จมูกแบบง่ายที่สุดมาบอก จงเตรียม….** ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด รักษาสิวเสี้ยน ไม่ต้องเอาผ้าหนาๆ มาทำนะ ** เกลือเม็ดละเอียด อย่างของเกลือปรุงทิพย์ก็ได้ ** น้ำมะนาว 1 ซีก ** น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา รักษาสิวเสี้ยน.

รักษาสิวเสี้ยน

รักษาสิวเสี้ยน
1. เริ่มจากเอาผ้าขนหนูอุ่นโป๊ะที่จมูกซัก 10 นาทีนะ สิวเสี้ยนมันเป็นไขมันที่อยู่ในรูขุมขนที่โผล่ออกมาเจออากาศ ก็เลยกลายร่างเป็นก่อนแข็งๆ
ดำคาอยู่อย่างนั้น ไอ้จะบีบ เค้น ลอกออกมา ก็ทำให้ผิวหนังรอบๆแดง อักเสบอีก ทำบ่อยๆ รูขุมขนก็ยิ่งกว้างเป็นบ่อปลาสลิดนะตัวเทอว์ เพราะงั้น เราเลยต้องมาละลายไขมันอุดตันด้วยความร้อนจากผ้า

2. ไขมันก็จะเริ่มเหลวๆ ไหลออกมาเล็กน้อย รูขุมขนเปิดซะก่อน รักษาสิวเสี้ยน

3. ทีนี้แหละ เอาเกลือ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ที่ผสมกันแล้วมาโปะแล้วนวดแบบเบามือนะจ๊ะ คลึงเบาๆ ซัก 10 นาที

4. ใช้ผ้าขนหนูอุ่นตะกี้แหละเช็ดออกเบาๆ

5. ล้างหน้าด้วยน้ำปกติเพื่อให้รูขุมขนหดตัวลง

ง่ายๆ แบบนี้สามารถทำได้ทุกสัปดาห์ครับ แต่สำหรับคนผิวแห้ง แพ้ง่าย ก็อาจจะไม่เหมาะนะ รักษาสิวเสี้ยน.

 

ครีมกระชับรูขุมขน หลายๆ คน คงจะมีปัญหากับการที่มีรูขุมขนบนใบหน้าใหญ่ดูไม่สวย

ครีมกระชับรูขุมขน หลายๆ คน คงจะมีปัญหากับการที่มีรูขุมขนบนใบหน้าใหญ่ดูไม่สวย ทำให้ผิวของเราไม่เนียนเรียบกระชับ แถมยังไม่อ่อนนุ่มอีกต่างหาก

แต่อย่างไรก็ดี ครีมกระชับรูขุมขน เราก็สามารถกระชับรูขุมขนบนใบหน้า ด้วยวิธีการง่ายๆ ราคาถูกอีกต่างหาก ครีมกระชับรูขุมขน.

ครีมกระชับรูขุมขน

ครีมกระชับรูขุมขน เช่นการกระชับรูขุมขน ด้วยการล้างหน้า ประคบร้อนและประคบเย็น

เวลาที่เราล้างหน้านั้น ให้เราใช้ทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นในการล้างหน้า เพื่อการทำความสะอาดที่ลึกซึ้งมากขึ้น โดยขั้นแรกนั้น ให้เราล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

ย้ำว่า ต้องน้ำอุ่นเท่านั้น ไม่ควรเป็นน้ำที่ร้อนเกินไป และก็ไม่ควรจะอุ่นมากจนเกินไปนัก

การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะทำให้รูขุมขนขยายขึ้นมา ทำให้เราสามารถทำความสะอาดหน้าได้ลึกมากยิ่งขึ้น และจากนั้นก็ล้างหน้าให้สะอาด หรืออาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ขัดหน้าในช่วงนี้ก็ได้

การขัดหน้า ก็จะช่วย กำจัดความหมองคล้ำ ที่อยู่บนใบหน้าของเราออกไปได้ นั่นก็คือ ผิวหนังที่ตายแล้วนั่นเอง และตอนที่ล้างออก ก็ให้ล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขนให้เล็กลง เป็นอันเรียบร้อย ครีมกระชับรูขุมขน

การพอกหน้าเพื่อกระชับรูขุมขน

วิธีกระชับรูขุมขนให้เล็กลง

สูตรการพอกหน้า ก็มีสูตรที่ช่วยกระชับรูขุมขน เช่น แตงกวากับน้ำผึ้ง ก็เป็นสูตรหนึ่งที่ช่วยกระชับรูปขุมขนไม่ให้ขยายใหญ่ แถมยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้าอีกด้วย

นอกจาก น้ำผึ้งกับแตงกวาแล้ว ผักที่ช่วยกระชับรูขุมขนก็คือ มะเขือเทศ โดยนำไปปั่นโดยเอาเมล็ดออก แล้วนำมาพอกหน้า นอกจากนี้ ก็ยังมี ไข่ขาวดิบกับน้ำนมสด ที่มีคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขน อีกด้วย

บำรุงผิวเป็นประจำ

การบำรุงผิวด้วยครีมกระชับรูขมขน บำรุงผิวต่างๆ จะช่วยทำให้ผิวของเราเนียนนุ่ม โดยให้เราพยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสาร BHA (Beta Hydroxy Acid) หรือ กรดซาลีไซลิก เป็นส่วนประกอบ

ซึ่งก็จะทำให้ผิวของเราเนียนนุ่ม และรูขุมขนก็กระชับขึ้นอีกด้วย โดยเราจะต้องทำเป็นประจำ จึงจะได้ผลดีกว่า การบำรุงผิวแบบทำๆ หยุดๆ ก็มีค่าเท่ากับไม่ได้ทำนั่นเอง ครีมกระชับรูขุมขน.

 

ผิวหนังไก่ที่แขน เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยเห็นผิวหนังของไก่ที่มีจุดเล็กๆ แดงๆ

ผิวหนังไก่ที่แขน เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยเห็นผิวหนังของไก่ที่มีจุดเล็กๆ แดงๆ อยู่ทั่วไปหมดยามที่ถูกถอนขนออกจนหมดตัว แล้วลองจินตนาการดูว่าถ้าหากเจ้าจุดเล็กๆแดงๆเหล่านั้นได้ย้ายมาปรากฏอยู่บนแขนของคุณเต็มไปหมด ผิวหนังไก่ที่แขน มันจะดูเด่นจนน่าเกลียดมากขนาดไหน? เจ้าจุดเหล่านี้ล่ะที่ถูกเรียกว่า ผิวหนังไก่ที่แขน ที่เป็นปัญหากวนใจเหล่าผู้ที่อยากมีผิวที่เรียบเนียนปราศจากจุดเล็กๆน่าเกลียด จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมาบ่อยครั้งว่า เมื่อผิวเป็นหนังไก่ ทำไงดี สำหรับใครที่ยังกำลังอยากรักษาผิวหนังไก่ที่แขน แล้วยังไม่รู้ว่าเมื่อเป็นหนังไก่ ทำไงดี บทความชิ้นนี้จะขอพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงปัญหาผิวหนังไก่ที่แขน เพื่อที่จะได้เข้าใจในวิธีป้องกันรักษาตัวเองจากปัญหา ผิวหนังไก่ที่แขน.

ผิวหนังไก่ที่แขน

 

ผิวหนังไก่ที่แขน

โรคผิวหนังไก่คืออะไร อันตรายหรือเปล่า?
โรคผิวหนังไก่ที่แขน หรือ Keratosis pilaris (KP) สาเหตุหลักๆ คือ จากพันธุ์กรรม ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาแบบมาตราฐานให้โรคนี้หายขาดได้ แต่สามารถที่จะทุเลาอาการลงได้ด้วยการรักษา หรือในบางกรณีอาการก็จะหายไปเองตามธรรมชาติ โดยที่ไม่ได้ทำการรักษาใดๆ
โรคผิวหนังไก่ เป็นเรื่องธรรมดาและไม่ได้มีอันตรายใดๆ จุดเล็กๆบนผิวเหมือนกับอาการขนลุกอยู่ตลอดเวลา บางครั้งจุดเหล่านี้ก็จะมีแดง หรือบวม และทำให้รู้สึกเหมือนกับผิวของคุณเป็นกระดาษทรายที่ไม่เรียบเนียน ซึ่งโรคผิวหนังไก่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยบนแขน ต้นขา และก้น ในบางครั้งอาจจะก่อให้เกิดอาการคันร่วมด้วย

การป้องกันตัวเองเบื้องต้นจากปัญหาผิวหนังไก่
โดยพื้นฐานแล้วถ้าหากคุณไม่อยากปล่อยให้ผิวของตัวเองมีสภาพเหมือนกับหนังไก่ ทำไงดี จนต้องมานั่งกลุ้มใจภายหลังแล้ว คุณสามารถที่จะเริ่มต้นการดูแลผิวพรรณของตัวเอง ด้วยการป้องกันไม่ให้ผิวมีความแห้งกร้านจนเกินไป การทำความสะอาดผิวก็ควรที่จะใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือสบู่ที่มีความเข้มข้นน้อยๆ
การรักษาตัวเองจากปัญหาผิวหนังไก่เบื้องต้นผิวหนังไก่ที่แขน
เมื่อเกิดปัญหาหนังไก่ ทำไงดีขึ้นบนผิวแล้ว ในกรณีที่ไม่รุนแรงนัก คุณสามารถรักษาตัวเองขั้นพื้นฐานด้วยการใช้โลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนประกอบของกรดแลคติก (AmLactin, Lac-Hydrin), อัลฟาไฮดรอกซีกรดโลชั่น (Glytone, โลชั่นร่างกายไกลโคลิก, ครีมยูเรีย (Carmol 10 Carmol 20 Carmol 40, Urix 40) กรดซาลิไซลิ (โลชั่น Salex) และครีมเตียรอยด์เฉพาะที่ (triamcinolone 0.1% Locoid Lipocream) ผลิตภัณฑ์กลุ่มกรดวิตามินเอเช่น tretinoin (Retin-A) tazarotene (Tazorac) และ adapalene (Differin) หรือโลชั่นบำรุงผิวที่แพทย์เป็นผู้แนะนำ ซึ่งคุณสามารถทีจะนวดโลชั่นเหล่านี้ลงไปยังบริเวณผิวที่ได้รับผลกระทบวันละ 2-3 ครั้ง
ผิวในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนังไก่ คุณอาจจะล้างทำความสะอาดเพียง 1-2 ครั้ง ต่อวัน ด้วยน้ำยา หรือสบู่ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยน และอาการผิวหนังไก่จะยิ่งได้รับการรักษาที่ดีมากขึ้นหากน้ำยา หรือสบู่ทำความสะอาดผิวของคุณมีส่วนผสมขอ GlySal, Proactiv กรดซาลิไซลิหรือ benzoyl เปอร์ออกไซด์ เป็นต้น
การรักษาอาการผิวหนังไก่ที่แขนเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลา และความอดทนเป็นอย่างมาก หลายครั้งคุณอาจจะต้องค่อยๆรักษาอาการนานหลายสัปดาห์กว่าที่จะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณทำการรักษาผิวหนังไก่ด้วยตัวเอง แต่กลับสังเกตเห็นว่าอาการไม่ได้ดีขึ้น แต่กลับมีอาการผิวอักเสบ หรือมีรอยจุดแดงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขอแนะนำให้รีบไปทำการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เข้ารับการรักษาด้วยยา หรือแสงเลอเซอร์ เพื่อทุเลาอาการของคุณไม่ให้ลุกลามหนักหนาจนเกินไป ผิวหนังไก่ที่แขน.

 

 

 

ลดรอยแตกลาย ขา ขอเปรยก่อนเลยว่าเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงนั้นแสนลำบาก

ลดรอยแตกลาย ขา ขอเปรยก่อนเลยว่าเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงนั้นแสนลำบาก ต้องทุกข์ยากกับปัญหาผิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่จะให้ทำไงได้ในเมื่อความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ฉะนั้น ไม่ว่าปัญหาผิวจะมารุมเร้าสักเพียงไหนก็จงยืนหยัดสู้กับมันให้ตายกันไปข้าง (ฮาาาา)  ลดรอยแตกลาย ขาวันนี้เราจะมาชำแหละอีกหนึ่งปัญหาผิวที่มักเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิง นั่นคือรอยแตกลาย ส่วนใหญ่เป็นที่บริเวณหน้าอก ต้นขา แก้มก้น สะโพก หน้าท้อง หรือบริเวณผิวที่เป็นแหล่งสะสมของไขมันส่วนเกินนั่นเอง ลดรอยแตกลาย ขา.

ลดรอยแตกลาย ขา
ลดรอยแตกลาย ขา โดยเจ้ารอยแตกลายนี้มักเกิดขึ้นในคนที่เคยอ้วนมากๆ แล้วมาผอมในภายหลัง เพราะเมื่อเราอ้วน ผิวหนังของเราจะขยายออกภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จึงทำให้คอลลาเจนที่เป็นตัวช่วยในเรื่องความยืดหยุ่นที่อยู่ในผิวหนังของเรานั้นถูกทำลาย และเมื่อมีการยืดขยายมากๆ คอลลาเจนไม่สามารถทนแรงขยายนั้นได้ จึงทำให้เกิดเป็นรอยแตกลายตามผิวหนังนั่นเอง ในทางตรงกันข้ามถ้าเราผอมอยู่แล้วอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวหนังที่ขยายเร็วเกินไปก็อาจทำให้เกิดรอยแตกลายได้เช่นกัน ลดรอยแตกลาย ขา

วิธีลดรอยแตกลาย ขาลาย ให้ได้น่องขาที่เนียนสวยคืนกลับมามีให้เลือกหลายหลายวิธี ซึ่งถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็วขึ้น จำเป็นต้องใช้หลายวิธีผนวกกัน ดังนี้
1.ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น โดยควรฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วขึ้นไป เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด
2.กินอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารพวกวิตามินเค วิตามินอี วิตามินซี สังกะสี และซิลิกา เพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
3.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน เป็นวิธีลดรอยแตกลาย ขาลายได้ดี ทั้งยังช่วยให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล มีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาผิวแตกลาย ทั้งนี้ ต้องหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
4.ขัดผิวด้วยสบู่ โดยขัดไปที่ผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกลายอย่างเบามือ เพื่อช่วยในกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัว เพราะจะทำให้ผิวแห้ง และเกิดปัญหารอยแตกเพิ่มขึ้น
5.ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ให้ผิวที่เป็นรอยแตกลาย หรือมีความเสี่ยงต่อการแตกลาย เช่น บริเวณต้นขา ต้นแขน น่อง ฯลฯ เพื่อทำให้ผิวชุ่มน้ำ เกิดความยืดหยุ่นได้มากขึ้น
6.ทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหา จะช่วยลดรอยแตกลาย ขาลาย น่องลายให้จางลงได้ โดยจะทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% หากทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน
7.ใช้สมุนไพร พืชสมุนไพรบางชนิดมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิว ช่วยฟื้นบำรุงสภาพผิวที่เคยเสียให้กลับมาสุขภาพดีได้ เช่น ว่านหางจระเข้ ให้นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง หรือจะอีกสมุนไพรที่ช่วยลดรอยแตกลาย ขาลาย คือใบบัวบก โดยให้คั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง
นอกจากนี้ยังมีวิธีลดรอยแตกลาย ขาลายด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อย่างเช่น การรักษาด้วยเลเซอร์ลดรอยแดง ใช้โปรแกรมการรักษาช่วยกระตุ้น Collagen ใช้ Carboxytherapy เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน เป็นต้น

อีกหนึ่งในวิธีการแก้ไขปัญหาขาลายที่น่าสนใจ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และง่ายจนใครๆก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน นั่นคือ การใช้ครีมบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยแก้ไขปัญหาขาลายนั่นเอง ซึ่งการเลือกครีมบำรุงผิวที่ช่วยแก้ปัญหาขาลายนั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่คุณทำการเลือกครีมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ช่วยในการแก้ปัญหาผิวแตกลาย และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพียงเท่านี้ปัญหาผิวแตกลายก็จะกลายเป็นอดีตอันแสนห่างไกลของคุณอย่างแน่นอน

การใช้ครีมบำรุงผิวแก้ไขปัญหาผิวแตกลาย ยังสามารถที่จะเลือกใช้ครีมบำรุงผิวแบบสำเร็จรูป โดยเน้นครีมบำรุงผิวที่มีความอ่อนโยน และมีส่วนประกอบหลักจากธรรมชาติ 100% ซึ่งจะเป็นการช่วยฟื้นฟู และบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการช่วยทำให้ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ผลลัพธ์ของผิวที่กลับมาสวยสดใสเหมือนเดิม ลดรอยแตกลาย ขา.