วิธีลดต้นแขน ปัญหาเรื่องน้ำหนักเป็นปัญหาใหญ่

ลดต้นแขน ปัญหาเรื่องน้ำหนักเป็นปัญหาใหญ่ของผู้หญิงทุกคน ลดความอ้วน pantip และววันนี้เรามีตัวช่วยในการลดน้ำหนักมาฝากกันค่ะ สิ่งที่เราจะพูดถึงก็คือ มะนาวนั้นเอง มะนาวมีสรรพคุณช่วยลดความอ้วนได้ แต่มะนาวจะช่วยคุณได้อย่าไรไปดูกันเลย

1. ดื่มน้ำมะนาว กับน้ำอุ่น
ทุกเช้าควรดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่น ลดความอ้วน pantip เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด ไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้เท่านั้น และยังช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น มะนาว ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน เพราะแคลเซียมที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมาก ๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี ลดต้นแขน.

ลดต้นแขน

2. ทานผักและผลไม้
ควรทานผักผลไม้อย่างน้อย 5 ชนิด เพราะผักและผลไม้ทุกประเภท จะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยมาก แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย ลดความอ้วน pantip และสารอาหารที่มากมาย จะช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานอย่างสงบลง

3. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด
การบีบน้ำ มะนาว ลงไปในมื้ออาหารทุกมื้อ ลดความอ้วน pantip หรือผสมเปลือก มะนาวลงไปในซุปหรือสลัด และบีบมะนาวเพียงเล็กน้อยโปรยลงบนเนื้อปลา และเนื้อไก่ก่อนรับประทาน แล้วจะรู้ว่า มะนาว คือเส้นใยที่สุดยอดมาก เพราะ มะนาวจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงด้วย ลดต้นแขน

เป็นไงละคะสาวๆ มะนาวมีสรรพคุณมากมายขนาดนี้ แถมลดความอ้วนได้อีก รอช้าไม่ได้แล้วหละค่ะ รีบหาซื้อมะนาวมาติดตู้เย็นไว้ดีกว่า ลดความอ้วน pantip แต่อย่างไรก็ตามควรทานให้พอดีนะคะ เพราะหากทานมากเกินไปก็ให้โทษนได้เหมือนกัน.

แว๊กขนขา การแว๊กซ์ขนแบ่งออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ คือแว๊กซ์เย็น และแว๊กซ์ร้อน

แว๊กขนขา การแว๊กซ์ขนแบ่งออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ คือแว๊กซ์เย็น และแว๊กซ์ร้อน แว๊กขนขา นอกจากนี้ยังมีสูตรธรรมชาติที่เราสามารถทำเองได้จากวัตถุดิบที่บ้านเราลองมาศึกษาการแว๊กซ์ขนชนิดต่างๆกันค่ะ แว๊กขนขา.

แว๊กขนขา

แว๊กขนขา การแว๊กซ์ขนแบบเย็น
1. แว๊กซ์เย็น (Cold Wax) แว๊กซ์ชนิดนี้มักเป็นครีมบรรจุมาในกระปุกหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องสำอางทั่วไปมีหลายยี่ห้อให้เลือก วิธีการ คือ ใช้ครีมป้ายให้ทั่วแขน หรือขา หรือบริเวณที่ต้องการกำจัดขนส่วนเกิน ใช้ผ้าหรือสำลีแผ่นวางทับใช้มือรีดให้แนบไปกับผิวทาทิ้งไว้ตามเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำแต่โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีแล้วลอกออกตามแนวย้อนรอยขน ขนที่ต้องการกำจัดจะติดออกมา สามารถแว๊กซ์ขนด้วยวิธีนี้ได้เดือนละ 1 ครั้ง

ข้อดี วิธีการนี้ไม่ยุ่งยาก ทำเองได้ที่บ้าน ตอนลอกแว๊กซ์ออกจากผิวไม่เจ็บมาก และที่สำคัญ คือประหยัด ซื้อครีมแว๊กซ์ขนมาหนึ่งกระปุกสามารถใช้ได้หลายครั้ง แว๊กขนขา

ข้อเสีย ระหว่างการลอกอาจทำให้ขนขาดง่ายจึงลอกได้ไม่ถึงรากขน หากลอกไม่ถูกวิธีขนจะไม่หลุดแต่เราจะได้ความเจ็บจากหนังถลอกแทน อาจทำให้รู้สึกคันหลังจากแว๊กซ์ขนไป 2-3 วัน เพราะขนใหม่งอกออกมาแทน ขนที่งอกออกมาใหม่จะแข็งและหยาบกว่าเดิม

2. แว๊กซ์ร้อน (Hot Wax) แว๊กซ์ชนิดนี้หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องสำอางเช่นกัน วิธีการ คือ นำแว๊กซ์ไปอุ่นในไมโครเวฟให้ร้อน นำมาป้ายที่แขนหรือขา หรือบริเวณที่ต้องการกำจัดขนส่วนเกิน ใช้ผ้าหรือแผ่นสำลีวางทับ รีดให้แนบไปกับผิว และทิ้งแว๊กซ์ไว้ตามเวลาที่บรรจุภัณฑ์กำหนด แล้วลอกแผ่นผ้าหรือแผ่นสำลีออก การแว๊กซ์กำจัดขนชนิดนี้สามารถทำซ้ำได้เมื่อครบ 3-6 สัปดาห์หลังจากการทำครั้งแรก

ข้อดี การแว๊กซ์ขนชนิดนี้สามารถกำจัดขนไปถึงรากขน ทำให้ขนที่ขึ้นใหม่น้อยลงและบางลง ไม่คันเวลาที่ขนงอกใหม่ ราคาประหยัด แว๊กซ์ร้อนหนึ่งกระปุกสามารถใช้ได้หลายครั้ง

ข้อเสีย ขั้นตอนการทำยุ่งยาก แต่ถ้าใครไม่อยากวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์ก็อาจไปใช้บริการสถานความงามต่างๆ ที่มีคอร์สแว๊กซ์ร้อนกำจัดขน ระหว่างลอกขนจะรู้สึกเจ็บบ้างและอาจเจ็บมากสำหรับคนที่แว๊กซ์ขนเป็นครั้งแรก แว๊กขนขา.

กำจัดขนรักแร้ ลองมาทำความรู้จัก ขนรักแร้ กันก่อนว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร

กำจัดขนรักแร้ ลองมาทำความรู้จัก ขนรักแร้ กันก่อนว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร กำจัดขนรักแร้ มีหน้าที่อะไร ? กำจัดขนรักแร้.

กำจัดขนรักแร้

กำจัดขนรักแร้

1.ใช้แหนบ

แหนบ เป็น วิธีกำจัดขนรักแร้แบบเบสิคที่สุด ราคาประหยัด สามารถหาซื้อได้ตามร้านทุกอย่าง 20 บาท ตามตลาดนัด หรือ ชุปเปอรมาร์เก็ต ทั่วไป จะมีราคาแพงกว่า 2-3 เท่า วิธีกำจัดขนรักแร้โดยใช้แหนบดึงเส้นขนออก แต่ให้เหลือโคนและรากเส้นขนเอาไว้ เพื่อให้ขนงอกขนขึ้นใหม่ในภายหลัง สำหรับวิธีการคือ เหยียดแขนออกจนรู้สึกว่ารักแร้ตึงใช้แหนบหนีบเส้นขน 1 เส้น แล้วดึงออกอย่างรวดเร็ว

สำหรับคนที่ทำการกำจัดขนด้วยวิธีนี้เพียงลำพัง ควรระวังขณะทำการหนีบเส้นขน เพราะถ้าหนีบพลาดถูกผิวหนังอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บได้ นอกจากนี้หากการมองผ่านกระจก และมองรักแร้ตัวเอง ในขณะทำการถอนนานๆ ยังเป็นอันตรายต่อสายตาอีกด้วย กำจัดขนรักแร้

2.ใช้แว็กซ์

เป็นวิธีกำจัดขนรักแร้ที่มีต้นกำเนิดจากยุโรป มีลักษณะเป็นเจลเหนียวๆ ผลิตภัณฑ์ แว็กช์ขนส่วนใหญ่มีส่วนผสม “ น้ำผึ้ง “ มีประโยชน์ ไม่ทำให้ผิวแห้ง ผิวยังยืดหยุ่น ชุ่มชื่น จึงได้รับความนิยมนำมาใช้ในการกำจัดขนกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแว็กซ์ก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

สูตรแว็กซ์ร้อน สามารถทำเองที่บ้าน ถ้าซื้อก็มีราคาไม่แพง เริ่มต้น 70 – 150 บาท ด้วยความอุ่นของแว็กซ์ร้อน จะทำให้รูขุมขนเปิด เวลากระชากผ้าหลังแว็กซ์เสร็จจะทำให้รู้สึกไม่ค่อยเจ็บสักเท่าใดนัก

สูตรแว็กซ์เย็น ยี่ห้อดีๆ ราคากระปุกละ ประมาณ 250 – 400 บาท สามารถหาซื้อได้ร้านบริการแว็กซ์ขนทั่วไป เมื่อทำการซื้อแล้วยังสามารถขอใช้บริการแว็กซ์ขนได้ทันที และหากเนื้อครีมยังเหลือพอสำหรับรอบต่อไป ทางร้านส่วนใหญ่จะเก็บกระปุกไว้เผื่อคุณกลับมาใช้บริการภายหลัง

สำหรับวิธีการใช้ การแว็กซ์ขนทั้งสองอย่างนี้มีวิธีคล้ายกัน เพียงปาดเจลลงบนบริเวณที่ต้องการกำจัดเส้นขน จากนั้นแปะทับด้วยผ้าขาว หรือชุดนักเรียนเก่าที่นำมาตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าลูบผ้าให้เรียบทิ้งเอาไว้สักครู่ แล้วทำการกระชากตามแนวย้อนเส้นขนอย่างรวดเร็ว เส้นขนจะหลุดออกมาพร้อมๆกันหลายเส้น และหลังจากแว็กซ์ขนควรใช้ครีมกระชับรูขุมขนทาลงไปบริเวณดังกล่าว

3.ใช้มีดโกน

เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคุณสาวๆที่ไม่ค่อยมีเวลานัก มีดโกนขน เป็นสินค้าที่ต้องใช้เป็นประจำไม่ว่าทั้งชายหรือหญิง ผลิตภัณฑ์มีดโกนหลากหลายยี่ห้อ มีขายตามตามชุปเปอร์มาร์เก็ททั่วไป ราคา 65 – 200 บาท ราคาแล้วแต่เกรดใบมีดที่โกน ถ้าใช้ของดีคุณก็สามารถโกนเส้นขนได้ดี และยังช่วยลดการเสียดสีของผิวกับมีดโกน

วิธีการใช้ ควรทาครีม หรือ ใช้สบู่ถูจนเกิดฟอง เพื่อผิวมีความลื่นทั้งนี้ทำให้ใบมีดโกนจะได้ทำการโกนขนออกได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่บาดผิว และ ให้โกนตามแนวย้อนของเส้นขน

หลังจากโกน มีข้อเสียพอสมควร ขนรักแร้จะยาวขึ้นภายใน 3 วัน แถมมีลักษณะเป็นตอคมๆ ทำให้เส้นขนทิ่มแขนที่คุณหนีบรักแร้ ทำให้คุณรู้สึกคัน และบริเวณที่เส้นขนขึ้นใหม่เฉพาะบางคนเท่านั้นที่เกิดขนคุด เพราะฉะนั้นทำให้คุณต้องโกนประจำ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง

4.ใช้ครีมกำจัดขน

เหมาะสำหรับคนไม่มีเวลา ก่อนคุณใช้งานควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนกล่องผลิตภัณฑ์ เนื้อครีมไม่สามารถทำลายรากขนให้หลุดออกได้ แต่เนื้อครีมจะซึมซาบเข้าไปขจัดขนใต้ผิวหนังโดยตรง ทำให้ปลายเส้นขนมีลักษณะเป็นโค้งมน ทำให้เส้นขนที่ขึ้นใหม่อ่อนนุ่มกว่าเก่า อย่างไรก็ตามการทาครีมกำจัดขนแบบบางๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดขนลดลง การกำจัดขนด้วยวิธีดังกล่าว ควรทำการเว้นระยะอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ ต่อการกำจัดขนหนึ่งครั้ง

สำหรับวิธีการใช้ จากนั้นให้บีบเนื้อครีมลงบนบริเวณที่จะกำจัดเส้นขนทิ้งไว้เพียง 3 นาที ใช้ไม้พายที่แถมมากับกล่องปาดออก ตามแนวย้อนเส้นขน แต่ถ้าหากคุณทิ้งไว้เกิน 3 นาที หรือ ทำซ้ำอีกครั้ง มักจะทำให้เกิดความผิวจะระคายเคืองต่อผิวบริเวณใต้วงแขนได้

5.ใช้เครื่องถอนขน

เป็นวิธีกำจัดขนรักแร้สมัยใหม่ แต่ละยี่ห้อมีราคาแตกต่างกันไปตามคุณภาพ ขนาดการจับ ความเร็วการถอนเส้นขน และลูกเล่นต่างๆ เช่น ไฟส่องบริเวณที่จะกำจัด เป็นต้น และ รุ่นใหม่มีการพัฒนาให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะที่มีการถอนเส้นขน

รุ่นราคาแพง สามารถกำจัดขนได้เยอะ ตัวเครื่องจะมีตัวหนีบจำนวนมาก สามารถถอนเส้นขน รวดเร็วกว่า ใช้เวลาน้อย ราคาประมาณ 3,500 – 4,500 บาท ขึ้นไป

รุ่นราคาถูก สามารถกำจัดขนได้น้อย เพราะตัวหนีบในเครื่องมีจำนวนน้อย แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรกำจัดเส้นขนได้หมด ราคาประมาณ 500 – 1,500 บาท ขึ้นไป

วิธีการใช้ ก่อนใช้งานเครื่องถอนขน คุณต้องหาผ้าชุบน้ำอุ่นมาปาดบริเวณที่จะกำจัด เพื่อเปิดรูขุมขนเส้นขนอ่อนนุ่มง่ายต่อการถอน และควรเล็มเส้นขนที่จะถอนให้สั้นด้วยกรรไกร ให้พอเหลือเส้นขนทิ้งไว้ยาวเพียง 1 นิ้ว แล้วใช้เครื่องถอนเส้นขนไล่ถอนย้อนแนวเส้นขน กำจัดขนรักแร้.

 

 

 

กำจัดขนขา ปัญหากวนใจสำหรับผิวผู้หญิงนั้น หนึ่งในนั้นต้องมีเจ้าขนเล็กขนน้อย

กำจัดขนขา ปัญหากวนใจสำหรับผิวผู้หญิงนั้น หนึ่งในนั้นต้องมีเจ้าขนเล็กขนน้อย ซึ่งไม่ว่าจะหนาหรือบาง ก็มักจะมากวนใจคุณผู้หญิงกันทั้งนั้นยิ่งโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนแบบนี้ด้วยแล้ว สไตล์การแต่งตัวของคุณผู้หญิงก็มักจะต้องแอบโชว์เรียวขา หรือไม่ก็วงแขนแน่นอน กำจัดขนขา เพื่อให้ตัวเองดูสบายมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่คุณผู้หญิง พอมีเจ้าขนเล็กขนน้อยขึ้นก็มักจะไม่มั่นใจและไม่กล้าที่จะโชว์ ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการกำจัดขนมากมาย เช่นการแว็กซ์ขน ถอน หรือการโกน ซึ่งวิธีการโกนขอนหน้าแข้งของคุณผู้หญิงนั้นดูจะเป็นอะไรที่เร็วที่สุด แต่คุณผู้หญิงมีวิธีการโกนอย่างไรให้ผิวของคุณเรียบเนียน วันนี้เรามีมีวิธีการโกนขนหน้าแข้งดีๆ ที่คุณผู้หญิงควรทราบมาบอกกันค่ะ กำจัดขนขา.

กำจัดขนขา

กำจัดขนขา

1. คุณผู้หญิงควรโกนขนขณะอาบน้ำอุ่นหากเป็นไปได้ การโกนขนขณะอาบน้ำอุ่น จะช่วยให้รูขุมขนเปิด และทำให้เส้นขนอ่อนตัวลง ทำให้โกนได้ง่าย ลื่นมือนั่นเอง
2. คุณผู้หญิงควรโกนในท่าที่เหมาะสมท่าทางที่เหมาะสมสำหรับการโกนขนหน้าแข้ง คือท่านั่งและชันขาขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นขาและบริเวณที่จะทำการกำจัดขนได้ชัดเจน แต่ถ้าหากในห้องน้ำของคุณ ไม่มีที่นั่ง ให้ใช้วิธียันขากับผนังแทนก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมตรวจเช็คให้ดีก่อนนะคะว่าพื้นไม่มีคราบสบู่หรือยาสระผม ซึ่งจะทำให้ลื่นล้มและเป็นอันตรายได้ค่ะ
3. คุณผู้หญิงควรใช้เจลหรือโฟมโกนหนวดผลิตภัณฑ์ทั้งหลายสำหรับช่วยหล่อลื่น ในการโกนหนวดของคุณผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นโฟมโกนหนวด หรือ เจลโกนหนวด นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ในการโกนขนของ สาวๆ เลยทีเดียวค่ะ นอกจากจะมีสารที่ช่วยให้เส้นขนอ่อนนุ่มลงแล้ว ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยกระชับผิวหลังการโกนได้ดีอีกด้วย
4. คุณผู้หญิงเริ่มโกนจากบริเวณข้อเท้าขึ้นมา แล้วลากใบมีดโกนขึ้นจนสุดน่องในคราวเดียว ก่อนจะทำซ้ำในบริเวณถัดไป แต่หากคุณผู้หญิงประสบปัญหาเกิดแผลถากจากใบมีดโกน ให้ลองเปลี่ยนเป็นโกนขนลง ตามทิศทางของแนวขนแทน แม้ผลการโกนอาจดูไม่เกลี้ยงเกลาเท่ากับการโกนย้อนแนวขน แต่อย่างน้อยคุณก็จะไม่มีบาดแผลจากการถูกใบมีดโกนบาดเพิ่มขึ้นค่ะ กำจัดขนขา
5. คุณผู้หญิงควรล้างใบมีดระหว่างการโกนให้สะอาด ไม่มีเศษขนติดอยู่ตามช่องว่างระหว่างใบมีด ทั้งนี้ต้องทำให้ใบมีดเปียกน้ำก่อนทำการโกนเสมอน่ะค่ะ
6. คุณผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการโกนขนกับน้ำเย็นหากเป็นไปได้ เพราะน้ำเย็นจะทำให้รูขุมขนตึง และอาจทำให้การโกนสะดุด ไม่ราบรื่น นำมาซึ่งการโกนออกไม่เกลี้ยง และคงไม่มีอะไรน่าอายเท่ากับ เหลือขน ที่โกนไม่หมดทิ้งไว้บนเรียวขาเป็นหย่อม ๆ หรอกใช่ไหมคะ
7. คุณผู้หญิงควรสครับผิวเพื่อผลัดเอาเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วออกไป เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาเรื่องขนคุด รวมถึงทำให้เส้นขนชี้ขึ้นและโกนออกได้ง่ายขึ้นด้วย
8. คุณผู้หญิงควรอย่าลืมกำจัดขนที่ต้นขาจุดที่สาว ๆ มักละเลยในการโกนขนที่ขา ก็คือการโกนขนที่บริเวณต้นขาหรือบริเวณที่อยู่เหนือเข่าขึ้นไป คงดูไม่งามนักหากบริเวณหน้าแข้งเนียนเรียบดี แต่เหนือเข่าขึ้นไป ยังมีเส้นขนให้เห็น ดูขัด ๆ กันอย่างไรบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ชอบใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น อย่าลืมกำจัดขนบริเวณต้นขาออกให้เรียบเนียนเท่า ๆ กันทั้งเรียวขาด้วยนะคะ
9. คุณผู้หญิงควรโกนขนบริเวณหัวเข่า หัวเข่าเป็นอีกบริเวณหนึ่ง ที่กำจัดขนด้วยการโกนได้ไม่สะดวกนัก แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถหาท่าและมุมที่ถนัดในการโกนขนบริเวณนี้ให้เกลี้ยงเกลาได้ไม่ยาก รวมทั้งหลังยกใบมีดโกนออกลองใช้นิ้วลูบ ๆ ดูว่าผิวที่หัวเข่าเนียนเรียบดีหรือยัง เพื่อเป็นการเช็คความเรียบร้อยดูด้วยนะคะ
10. คุณผู้หญิงควรล้างขาด้วยน้ำอุ่นหลังเสร็จสิ้นจากการโกนแล้ว ใช้น้ำอุ่นเพื่อชะล้างเอาโฟมหรือเจลโกนหนวดออกให้สะอาด จากนั้นใช้ออยล์ลูบผิวทั้งที่ยังเปียกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แล้วซับด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง หากจะทาโลชั่นหรือครีมบำรุง ควรทิ้งระยะเวลาให้ห่างจากการโกนราว 2 ชั่วโมงค่ะ กำจัดขนขา.

 

 

กำจัดขนรักแร้ วันนี้เลยมีของดีราคาถูกมาแนะนำกันค่ะ นั่นคือ “ปูนแดง”

กำจัดขนรักแร้ วันนี้เลยมีของดีราคาถูกมาแนะนำกันค่ะ นั่นคือ “ปูนแดง” กำจัดขนรักแร้ หรือปูนที่คุณยายเอาไว้กินกับหมากนั้นหละค่ะ กำจัดขนรักแร้.

กำจัดขนรักแร้

กำจัดขนรักแร้ เปิดตะกร้าคุณยายแล้วเอามาเลยจ้า หรือถ้าไม่มี ก็สามารถหาซื้อได้ตามตลาดสด หรือ ร้านขายพวงมาลัย เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย

การกำจัดขนรักแร้
1. ทำความสะอาดใต้วงแขนด้วยน้ำอุ่น เพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
4. เมื่อปูนแห้งแล้ว ให้ปัดส่วนเกินของปูนแดงออก แล้วใช้แหนบถอนขนรักแร้ตามปกติ
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น กำจัดขนรักแร้.

กำจัดขนขา ปัญหากวนใจสำหรับผิวผู้หญิงนั้น

กำจัดขนขา ปัญหากวนใจสำหรับผิวผู้หญิงนั้น หนึ่งในนั้นต้องมีเจ้าขนเล็กขนน้อยซึ่งไม่ว่าจะหนาหรือบาง ก็มักจะมากวนใจคุณผู้หญิงกันทั้งนั้นยิ่งโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนแบบนี้ด้วยแล้ว สไตล์การแต่งตัวของคุณผู้หญิงก็มักจะต้องแอบโชว์เรียวขา กำจัดขนขา หรือไม่ก็วงแขนแน่นอน เพื่อให้ตัวเองดูสบายมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่คุณผู้หญิง พอมีเจ้าขนเล็กขนน้อยขึ้นก็มักจะไม่มั่นใจและไม่กล้าที่จะโชว์ ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการกำจัดขนมากมาย เช่นการแว็กซ์ขน ถอน หรือการโกน ซึ่งวิธีการโกนขอนหน้าแข้งของคุณผู้หญิงนั้นดูจะเป็นอะไรที่เร็วที่สุด แต่คุณผู้หญิงมีวิธีการโกนอย่างไรให้ผิวของคุณเรียบเนียน วันนี้เรามีมีวิธีการโกนขนหน้าแข้งดีๆ ที่คุณผู้หญิงควรทราบมาบอกกันค่ะ กำจัดขนขา.

กำจัดขนขา

 

กำจัดขนขา

1. คุณผู้หญิงควรโกนขนขณะอาบน้ำอุ่นหากเป็นไปได้ การโกนขนขณะอาบน้ำอุ่น จะช่วยให้รูขุมขนเปิด และทำให้เส้นขนอ่อนตัวลง ทำให้โกนได้ง่าย ลื่นมือนั่นเอง
2. คุณผู้หญิงควรโกนในท่าที่เหมาะสมท่าทางที่เหมาะสมสำหรับการโกนขนหน้าแข้ง คือท่านั่งและชันขาขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นขาและบริเวณที่จะทำการกำจัดขนได้ชัดเจน แต่ถ้าหากในห้องน้ำของคุณ ไม่มีที่นั่ง ให้ใช้วิธียันขากับผนังแทนก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมตรวจเช็คให้ดีก่อนนะคะว่าพื้นไม่มีคราบสบู่หรือยาสระผม ซึ่งจะทำให้ลื่นล้มและเป็นอันตรายได้ค่ะ
3. คุณผู้หญิงควรใช้เจลหรือโฟมโกนหนวดผลิตภัณฑ์ทั้งหลายสำหรับช่วยหล่อลื่น ในการโกนหนวดของคุณผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นโฟมโกนหนวด หรือ เจลโกนหนวด นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ในการโกนขนของ สาวๆ เลยทีเดียวค่ะ นอกจากจะมีสารที่ช่วยให้เส้นขนอ่อนนุ่มลงแล้ว ยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยกระชับผิวหลังการโกนได้ดีอีกด้วย
4. คุณผู้หญิงเริ่มโกนจากบริเวณข้อเท้าขึ้นมา แล้วลากใบมีดโกนขึ้นจนสุดน่องในคราวเดียว ก่อนจะทำซ้ำในบริเวณถัดไป แต่หากคุณผู้หญิงประสบปัญหาเกิดแผลถากจากใบมีดโกน ให้ลองเปลี่ยนเป็นโกนขนลง ตามทิศทางของแนวขนแทน แม้ผลการโกนอาจดูไม่เกลี้ยงเกลาเท่ากับการโกนย้อนแนวขน แต่อย่างน้อยคุณก็จะไม่มีบาดแผลจากการถูกใบมีดโกนบาดเพิ่มขึ้นค่ะ กำจัดขนขา
5. คุณผู้หญิงควรล้างใบมีดระหว่างการโกนให้สะอาด ไม่มีเศษขนติดอยู่ตามช่องว่างระหว่างใบมีด ทั้งนี้ต้องทำให้ใบมีดเปียกน้ำก่อนทำการโกนเสมอน่ะค่ะ
6. คุณผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการโกนขนกับน้ำเย็นหากเป็นไปได้ เพราะน้ำเย็นจะทำให้รูขุมขนตึง และอาจทำให้การโกนสะดุด ไม่ราบรื่น นำมาซึ่งการโกนออกไม่เกลี้ยง และคงไม่มีอะไรน่าอายเท่ากับ เหลือขน ที่โกนไม่หมดทิ้งไว้บนเรียวขาเป็นหย่อม ๆ หรอกใช่ไหมคะ
7. คุณผู้หญิงควรสครับผิวเพื่อผลัดเอาเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วออกไป เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาเรื่องขนคุด รวมถึงทำให้เส้นขนชี้ขึ้นและโกนออกได้ง่ายขึ้นด้วย
8. คุณผู้หญิงควรอย่าลืมกำจัดขนที่ต้นขาจุดที่สาว ๆ มักละเลยในการโกนขนที่ขา ก็คือการโกนขนที่บริเวณต้นขาหรือบริเวณที่อยู่เหนือเข่าขึ้นไป คงดูไม่งามนักหากบริเวณหน้าแข้งเนียนเรียบดี แต่เหนือเข่าขึ้นไป ยังมีเส้นขนให้เห็น ดูขัด ๆ กันอย่างไรบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ชอบใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น อย่าลืมกำจัดขนบริเวณต้นขาออกให้เรียบเนียนเท่า ๆ กันทั้งเรียวขาด้วยนะคะ
9. คุณผู้หญิงควรโกนขนบริเวณหัวเข่า หัวเข่าเป็นอีกบริเวณหนึ่ง ที่กำจัดขนด้วยการโกนได้ไม่สะดวกนัก แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถหาท่าและมุมที่ถนัดในการโกนขนบริเวณนี้ให้เกลี้ยงเกลาได้ไม่ยาก รวมทั้งหลังยกใบมีดโกนออกลองใช้นิ้วลูบ ๆ ดูว่าผิวที่หัวเข่าเนียนเรียบดีหรือยัง เพื่อเป็นการเช็คความเรียบร้อยดูด้วยนะคะ
10. คุณผู้หญิงควรล้างขาด้วยน้ำอุ่นหลังเสร็จสิ้นจากการโกนแล้ว ใช้น้ำอุ่นเพื่อชะล้างเอาโฟมหรือเจลโกนหนวดออกให้สะอาด จากนั้นใช้ออยล์ลูบผิวทั้งที่ยังเปียกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แล้วซับด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง หากจะทาโลชั่นหรือครีมบำรุง ควรทิ้งระยะเวลาให้ห่างจากการโกนราว 2 ชั่วโมงค่ะ กำจัดขนขา.

บำรุงหน้า สารพัดสูตร บำรุงผิว จากธรรมชาติ ได้ผล 100%

บำรุงหน้า สารพัดสูตร บำรุงผิว จากธรรมชาติ ได้ผล 100% บำรุงหน้า สูตรบำรุงผิวหน้าสวยด้วยธรรมชาติ บำรุงหน้า.

บำรุงหน้า
บำรุงหน้า สูตรขัดหน้านุ่มเนียน

ให้คุณตักโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาสัก 2 ช้อนโต๊ะใส่ลงในชาม ใส่น้ำตาลทรายชนิดหยาบลงไป 1 ช้อนชา คนส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากันแล้วจึงนำมาขัดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อเป็นการขจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป เว้นรอบดวงตาและรอบปากเอาไว้ เพราะทั้งสองส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่บอบบาง เมื่อขัดสักครู่จนทั่วแล้วก็ให้ทิ้งเอาไว้สัก 5 นาทีก่อนที่จะล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรหน้าสวยใส

นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาดและปอกเปลือกออก สไลด์บางๆ เป็นแว่นๆ แช่เย็นไว้สักครู่จึงนำมาแปะที่ใบหน้าเหมือนการแปะแตงกวา หัวไชเท้าเย็นๆ จะทำให้ใบหน้าสดชื่นเย็นสบาย จะรู้ว่าผิวกระจ่างใสขึ้นเพราะในหัวไชเท้ามีกรดอ่อนๆ ที่ทำให้ผิวดูดีขึ้นได้ ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

สูตรลับลดความมัน บำรุงหน้า

ผู้ที่มีผิวหน้ามันสามารถมีผิวหน้าที่นุ่มชุ่มชื้นและไม่มันได้โดยการใช้สับปะรดประมาณ 1 ถ้วย คั้นน้ำและแยกกากออก ใช้สำลีก้อนชุบน้ำสับปะรดมาทาที่ใบหน้าโดยให้เว้นที่บริเวณรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น คุณจะรู้สึกเลยว่าหน้าไม่มันแต่กลับนุ่มชุ่มชื้น ควรใช้สับปะรดที่มีความเปรี้ยวจะดีกว่าที่มีความหวาน เพราะจะมีประสิทธิภาพในการลดความมันได้มากกว่า

สูตรแก้ไขหน้าแห้งกร้าน

สูตรนี้จะช่วยทำให้หน้าที่แห้งกร้านกลับนุ่มชุ่มชื้นและยังช่วยลดความมันอีกด้วย โดยนำน้ำอุ่นประมาณ 1 ถ้วยมาผสมให้เข้ากันดีกับเกลือป่น 2 ช้อนชาจากนั้นนำมาใส่ในขวดสเปรย์แล้วฉีดพรมที่ใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตรหน้าสะอาดหมดจด

สูตรนี้จะเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวของคุณออกไปอย่างหมดจด นอกจากผิวจะสะอาดแล้วยังนุ่มนวลและชุ่มชื้นอีกด้วย โดยใช้นมสดสัก 3 ช้อนโต๊ะผสมกับผงชาเขียวป่นที่หาซื้อได้ตามร้านทำขนมมอบทั้งหลาย ผงชาเขียวนี้ใช้เพียงแค่ 1 ช้อนชาเท่านั้น เมื่อผสมกันดีแล้วก็ให้ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมทั้งสองนี้แล้วนำมาถูให้ทั่วใบหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรหน้าใสไร้ฝ้า

สูตรนี้นอกจากจะสามารถลอกฝ้าได้แล้วังมีผลในการช่วยบรรเทาสิวอักเสบและลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าได้ด้วย วิธีการก็ง่ายๆ คือตัดว่านหางจระเข้มาสัก 1 กาบไม่ต้องใหญ่มาก ปอกเปลือกออกให้หมดเอาแต่ส่วนของเนื้อใสมาใช้ นำเนื้อใสหรือวุ้นที่ได้มาปั่นเนียนละเอียดแล้วทาให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น มีข้อควรระวังคือหากเป้นผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้

สูตรลบเลือนจุดด่างดำ

สูตรนี้จะทำให้ใบหน้าสวยใสขึ้นเพราะจุดด่างดำจะลบเลือนลงและยังช่วยให้หน้านุ่มชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านอีกด้วย โดยนำส้มมาคั้นให้ได้น้ำประมาณ 2 ช้อนโต๊ะจากนั้นใส่นมสดผสมลงไป 1 ช้อนโต๊ะ คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้วจึงนำสำลีก้อนมาชุบและถูให้ถั่วไปหน้าเบาๆ เว้นบริเวณรอบดวงตาและปากเหมือนเดิมทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรผลัดผิวกระจ่างใส

สูตรนี้ทำได้ง่ายอีกเช่นกัน โดยการใช้เพียงมะละกอสุกอย่างเดียว ให้นำมะละกอสุกประมาณ 1/4 ถ้วยมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด คุณจะรู้สึกเลย
ว่าผิวหน้าใสและนุ่มนวลขึ้น

สูตรแก้ไขผิวที่ถูกแดดและลมเป็นเวลานานๆ

บางทีเราก็หลีกเลี่ยงแดดและลมที่ทำให้ผิวเกิดปัญหาความหยาบกร้านและเหี่ยวย่นไม่ได้ เมื่อเป็นแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากเพราะมีวิธีง่ายๆ และดีที่สามารถแก้ปัญหาอย่างได้ผลมาฝาก ให้นำสตรอเบอร์รี่ 2 ผลและแอปเปิล ? ผลมาปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แอปเปิล นั้นควรปอกเปลือกออกก่อนเพื่อจะได้มีความนุ่มนวลเวลาที่ใช้ จากนั้นนำส่วนผสมที่ปั่นกันจนละเอียดแล้วมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตรมากส์หน้าเพื่อความชุ่มชื้น

สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งและผู้ที่ไม่มีปัญหาอย่างคนผิวธรรมดาก็สามารถใช้ได้เช่นกัน นำงา 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และกล้วยหอมผลขนาดกลางสัก 1 ผลมาผสมและปั่นรวมกันให้เป็นเนื้อเนียนละเอียด จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าและทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เว้นบริเวณรอบดวงตาและปากเอาไว้ เมื่อถึงกำหนดเวลาแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรมากส์หน้าแก้ไขปัญหาหน้ากร้านแดด

หน้ากร้านแดดที่ว่านี้ก็คือหน้าที่มีอาการแดงแสบและหยาบกร้าน นอกจากนี้ผิวหน้ายังไม่นุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย วิธีการแก้ไขก็คือให้นำอะโวคาโดมาสักประมาณ ? ถ้วยผสมรวมกันกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ใส่ลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าโดยเว้นรอบปากและดวงตาเอาไว้ ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรสวยหน้าตึงกระชับ

นอกจากหน้าจะตึงกระชับแล้วยังทำให้สิวที่เป็นปัญหาทุเลาลงได้ด้วย ให้คุณใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับกำมะถัน 1 ช้อนชา และถั่วเขียวต้มบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้วจึงนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีโดยไม่ลืมที่จะเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรสวยของคนผิวแพ้ง่าย

สูตรนี้ถือเป็นสูตรที่มีความอ่อนโยนสูงจึงดีต่อผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ให้คุณนำน้ำมะนาว ? ช้อนโต๊ะและหัวไช้เท้า ? ถ้วยตวงมาใส่เครื่องปั่นแล้วปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงนำไปพอกบริเวณใบหน้าสักประมาณ 20 นาที
คุณอาจจะรู้สึกตึงๆ และคันยิบๆ เล็กน้อยเนื่องจากกรดในน้ำมะนาวและสารเคมีในหัวไช้เท้ากำลังทำงานอยู่ซึ่งไม่มีอันตรายแต่อย่างใด เมื่อครบกำหนดตามเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ ผิวคุณก็จะสดใสเปร่งปลั่งขึ้นมาทันที

สูตรขัดหน้าสะอาดเอี่ยมอ่อง

เป็นอีกสูตรที่สามารถใช้ขัดหน้าได้ ทั้งสะอาดหมดจดและยังมอบความเนียนนุ่มให้แก่ผิวของคุณในครั้งแรกที่ได้ใช้อีกด้วย โดยให้คุณนำข้าวโอ๊ดอบแห้ง 1 ช้อนชากับถั่วเขียวเมล็ดแห้ง ? ช้อนชาผสมกันลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นให้ละเอียดที่สุดจากนั้นจึงนำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วขัดเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้า
ควรเน้นการขัดบริเวณข้างจมูกซึ่งมักเป็นส่วนที่เกิดสิวเสี้ยนหรือความสกปรกได้ง่ายกว่าส่วนอื่น เมื่อขัดจนทั่วทุกพื้นที่บริเวณใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้หมดจดอย่าให้หลงเหลือ เพราะสูตรนี้หากล้างออกไม่หมดอาจทำให้เกิดสิวอุดตันบนใบหน้าได้

สูตรหน้าใสไร้ความหมองคล้ำ

ผู้ที่มีปัญหาหน้าหมองมองแล้วไม่สดใสควรใช้สูตรสวยสูตรนี้จะดีขึ้นเป็นอย่างยิ่ง โดยนำน้ำมะนาว นมผงของเด็ก และน้ำสะอาดอย่างละ 1 ช้อนชามาผสมรวมกันให้ดี จากนั้นนำมาพอกที่ใบหน้าประมาณ 20 นาที พยายามอย่าขยับเขยื้อนใบหน้าในช่วงนี้นักเพราะอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ แล้วซับหน้าเบาๆ จะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าของคุณดูกระจ่างใสขึ้นเนื่องจากการทำงานของกรดในมะนาวและมีความนุ่มชุ่มชื้นจากนมผงอยู่ด้วย

สูตรสวยหน้าเต่งตึง

สูตรนี้เป็นสูตรที่ใช้อย่างได้ผลกับผู้ที่มีวัยเข้าเลข 3 และมีปัญหาผิวหน้าหย่อนยาน ถือว่าเป็นสูตรที่ทำง่ายไม่ยุ่งยากอะไรเพราะใช้น้ำแข็งเพียงอย่างเดียว
อันดับแรกให้คุณทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดเสียก่อนแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ๆ จากนั้นนำน้ำแข็งยูนิต 1 ก้อนมาลูบไล้บริเวณใบหน้าให้ทั่วจนน้ำแข็งละลายหมดก้อนคุณจึงค่อยล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็นจัดๆ อีกทีหนึ่ง เมื่อจับผิวหน้าดูแล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าผิวตึงกระชับขึ้นทันที สูตรนี้หากคุณมีความสะดวกก็สามารถทำได้ทุกวันโดยไม่เกิดผลข้างเคียงหรืออันตรายใดๆ แก่ผิวหน้า

สูตรกระชับรูขุมขน

สูตรนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือรอยแผลเป้นจากการแกะสิวทั้งหลาย สูตรนี้จะช่วยสมานผิวและรูขุมขนให้ตึงกระชับขึ้นจนผิวของคุณเนียนนุ่มและดูสวยขึ้นได้ในเวลาไม่ช้าไม่นาน
ให้คุณใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชาผสมกับแตงกวา 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นจัดๆ หรือน้ำแช่น้ำแข็ง เพียงเท่านี้หน้าของคุณก็จะเรียบเนียนขึ้นได้

สูตรแก้ปัญหาสิว

สูตรนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวประเภทหัวสิวเม็ดใหญ่ๆ ซึ่งเมื่อใช้สูตรนี้แล้วสิวที่คุณเป็นจะค่อยๆ ยุบลงได้เองโดยให้คุณใช้ดินสอพองสัก 1 เม็ดใหญ่ผสมกับน้ำมะนาวสัก 1 ช้อนชาแล้วนำมาแต้มบริเวณสิวที่เป็นอยู่ก่อนเข้านอนแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ ในตอนเช้าให้หมดจด จะสังเกตได้ว่าหัวสิวยุบลงมากและผิวกระจ่างใสขึ้น บำรุงหน้า.

 

บำรุงผิวหน้า สูตรและวิธีการทำครีมสมุนไพรสด

บำรุงผิวหน้า สูตรและวิธีการทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น” บำรุงผิวพรรณ ผิวสวย สดใส สุขภาพผิวดี ด้วยพืชสมุนไพรสดจากธรรมชาติ 100% “ขมิ้น” เป็นสมุนไพรที่นิยมใช้บำรุงผิวมาตั้งแต่โบราณของไทย มีสรรพคุณมากมายช่วยทำให้ผิวหน้าสดใส บำรุงผิวหน้า ผิวดูสุขภาพดี ไร้จุดด่างดำ มีน้ำมีนวล ผุดผาดกระจ่างใส บำรุงผิวหน้า.

บำรุงผิวหน้า

บำรุงผิวหน้า วิธีการทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น”
บำรุงผิวพรรณ ผิวสวย สดใส สุขภาพผิวดี ด้วยพืชสมุนไพรสดจากธรรมชาติ 100%
• นำ “ขมิ้นสด” มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นให้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปปั่นในเครื่องปั่นผลไม้ รวมกับดินสอพอง น้ำมะนาวและน้ำผึ้ง ปั่นจนละเอียดรวมกันเป็นเนื้อข้นและเหนียว

สูตรวิธีทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า บำรุงผิวขาวใส เรียบเนียนด้วย ขมิ้น

วิธีการใช้ครีมสมุนไพรสด พอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น”
บำรุงผิวพรรณ ผิวสวย สดใส สุขภาพผิวดี ด้วยพืชสมุนไพรสดจากธรรมชาติ 100%
• ก่อนอื่นให้ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำธรรมดาทั่วๆ ไป ไม่ต้องใช้สบู่ใดๆ ทั้งสิ้น แล้วซับผิวหน้าให้แห้ง รอจนใบหน้าแห้งดีแล้ว
• นำส่วนผสมสมุนไพรสดพอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น” ที่ได้มาพอกลงบนใบหน้า เว้นรอบดวงตา เว้นรอบริมฝีปาก พอกให้ทั่วใบหน้าพอกให้ทั่วใบหน้าจากนั้นให้พอกไปที่คาง ลำคอโดยรอบ แล้วปล่อยทึ้งไว้เฉย ๆ ให้ตัวยาสมุนไพรแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขน แทรกเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อทำหน้าที่บำรุงรักษาผิวพรรณได้อย่างเต็มที่ เป็นเวลาประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็น ซับผิวหน้าให้แห้งอีกครั้งหนึ่ง เพียงเท่านี้เอง และควรพอกหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
• ทุกครั้งที่ซับผิวหน้านั้นมีวิธีซับนิดหน่อยว่าให้ซับหน้าเบา ๆ ไม่ใช่เช็ดถูลากเอาผ้าขนหนูดึงให้แก้มหย่อนยานลงมา คางร่นลงมา หากทำหลาย ๆ ครั้ง จะเกิดผลของอาการผิวหนังหย่อนลงมาอย่างน่าเกลียดในที่สุด นี่เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง
สูตรวิธีทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า บำรุงผิวขาวใส เรียบเนียนด้วย ขมิ้น

เคล็ดลับในการเลือกใช้สมุนไพรพอกหน้า  บำรุงผิวหน้า
สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันและผิวหน้าแห้ง
พืชสมุนไพรทั้งหลายที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรประเภทต้นหญ้า พืชเถา ต้นไม้ยืนต้น ใบ ดอก แก่น เนื้อไม้ ราก เมล็ด หรือสิ่งที่ได้มาจากสัตว์ เช่น นมสด น้ำผึ้ง ไข่แดง ไข่ขาว นับได้ว่ามีคุณค่าในการเอามาเป็นส่วนผสมที่ดีสำหรับครีมพอกหน้า แต่การใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของผิวหน้าของแต่ละคนนั้นจะต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลดีที่สุดในการบำรุงผิวหน้าให้สวยสดงดงามเกลี้ยงเกลาอยู่เสมอ ดังนั้นหลักสำคัญบางประการก่อนที่จะนำเอาสมุนไพรพอกหน้าสูตรต่างๆ ไปใช้ในการพอกหน้าของตนเองหรือให้ผู้อื่นใช้นั้น จะต้องคำนึงถึงลักษณะของผิวหน้าด้วยเช่น คนที่มีผิวหน้ามันและผิวหน้าแห้งเพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุด บำรุงผิวหน้า.

 

วิตามินบำรุงสายตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในการใช้ชีวิต

วิตามินบำรุงสายตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในการใช้ชีวิต วิตามินบำรุงสายตา แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำให้สายตาเสื่อมได้เร็วขึ้น เพราะในแต่ละวันเราจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ทโฟนเฉลี่ยวันหลายชั่วโมง โดยบางใช้สายตาทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีแสงแดดของดวงอาทิตย์ หลอดไฟ มลภาวะต่างๆที่ทำให้จอประสาทตาเสื่อมได้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้สุขภาพของดวงตาทั้งสองข้างเสื่อมสภาพเราควรหันมาบำรุงสายตากันให้มาก ดวงตาจะได้แข็งแรง อยู่กับเราไปนานๆ วิตามินบำรุงสายตา.

วิตามินบำรุงสายตา

วิตามินบำรุงสายตา สารอาหารที่ควรจะได้รับ เพื่อบำรุงสายตา
1.วิตามินเอ เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา และมีบทบาทสำคัญในการมองเห็นเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง
2.วิตามินบี มีการศึกษาพบว่าวิตามินบี 1 และ บี 12 มีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด
3.วิตามินซี เป็นที่รู้จักกันดีของการชะลอความแก่ของร่างกายด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) นอกจากนั้นยังอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผักผลไม้ที่มีวิตามิน C มาก ได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ฯลฯ
4.วิตามินอี เป็นวิตามินอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา และจากการศึกษาพบว่ามีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ในน้ำมัน ธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง
5.เบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการมองเห็นในกลางคืน พบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง วิตามินบำรุงสายตา

ผักผลไม้บำรุงสายตา
1.ฝักทอง มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินา มีวิตามินเอบำรุงสายตา มีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็ง
2.ผักบุ้ง เป็นผักบำรุงสายตาที่ดีเยี่ยม ไม่ทำให้ปวดตา ลดอาการแสบหรือระคายเคืองตา เหมาะสำหรับคนสายตาสั้น โดยผักบุ้งมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด การรับประทานผักบุ้งให้ได้สารอาหารแบบครบถ้วนควรรับประทานแบบสดหรือใช้วิธีลวก แต่ถ้าจะผัดควรใส่น้ำมันให้น้อย
3.มะม่วงสุก หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้ามะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร คำตอบคือในผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารบำรุงสายตา บำรุงเหงือกและฟัน แถมยังช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดสิวและริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีรถชาติหอมหวาน อร่อย โดนใจใครหลายคน
4.แครอท มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา เพราะมีผลต่อปฏิกิริยาเคมีของดวงตาต่อแสง วิตามินเอในแครอทยังช่วยให้มีสุขภาพผิวที่ดี และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้
5.ตำลึง เป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หารับประทานง่าย ที่สำคัญมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยตำลึงเป็นพืชที่มีเบต้าแคโรทีน ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ เป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด
ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ นี่คือสุภาษิตที่มีนัยยะว่าดวงตาทั้งสองข้างสำคัญกับเรามากแค่ไหน ฉะนั้น เราควรดูแลเอาใจใส่กับดวงตาเป็นพิเศษ สุขภาพตาจะได้แข็งแรง อยู่คู่กับเราไปนานๆ อย่าลืมรับประทานอาหารบำรุงสายตากันมากๆ จะได้มีดวงตาสดใสกันถ้วนหน้า วิตามินบำรุงสายตา.

 

 

ยาปลูกผม การปลูกผมโดยใช้สมุนไพรนั้นมีมานานตั้งแต่ยังไม่มีเทคโนโลยีในการปลูกผม

ยาปลูกผม การปลูกผมโดยใช้สมุนไพรนั้นมีมานานตั้งแต่ยังไม่มีเทคโนโลยีในการปลูกผม ที่รวดเร็วหรือยังไม่มีการผลิตยาปลูกผมแต่ละชนิดขึ้นแต่ แต่แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีการปลูกผมขึ้นมาแล้วสมุนไพรที่ใช้ในการปลูกผมก็ยังคงมีคนใช้อยู่เพราะว่าการวิธีการปลูกผมที่ได้ผลและปลอดภัย ค่าใช้จ่ายน้อยอีกทั้งยังสามารถทำด้วยตนเองได้ ยาปลูกผม.

ยาปลูกผม

 

ยาปลูกผม

1. มะกรูด สมุนไพรมะกรูดนั้นเป็นตัวหนึ่งที่ทำให้ผมมีสุขภาพดีได้ โดยการนำเอามะกรูดไปต้มด้วยกำลังไฟที่อ่อน – ปานกลาง รอให้มะกรูดนิ่มได้ที่จากนั้นก็นำมาผ่าแล้วบีบคั้นเอาน้ำมะกรูดแล้วนำมาหมักผม

2. กระเทียม กระเทียวสมุนไพรในครัวของแท้ที่จะมาช่วยในการลดอาการผมร่วงและปลูกผมได้ เพียงแค่นำกระเทียมกลีบนั้นมาทาลงบนหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 3 นาทีแล้วล้างออก

3. เหง้าขิง ให้นำเอามาประมาณเท่าหัวแม่มือจากนั้นนำไปอังกับไฟร้อนแบบกลางๆจากนั้นนำเหง้าขิงมาบดให้ละเอียดเลย พอบดได้ที่แล้วก็นำเอาขิงบดนั้นมาทางลงบนเส้นผมและหนังศีรษะทันที

4. ผักบุ้ง ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะส่วนใบของผักบุ้งเท่านั้น โดยนำมาบดและคั้นเอาน้ำผักบุ้ง กรองเอาแต่น้ำอย่างเดียวจากนั้นนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 3 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5. ขิงแก่ ใช้คนละวิธีกับเหง้าขิงเพราะว่าขิงแก่นี้เอามาเป็นลูกประคบ นำขิงมาห่อผ้าขาวบางทำสัก 2 ห่อ จากนั้นนำหม้อมาต้มน้ำวางไฟแล้วขึงผ้าขาวบางเอาไว้ที่ปากหม้อนำเอาลูกประคบขิงแก่มาวางลงไปจากนั้นเมื่อน้ำเดือดจะมีไอน้ำขึ้นมาโดนลูกประคบ ก็ให้นำไปประคบศีรษะเลยแล้วสลับกันประคบสลับกันวางในหม้อจะช่วยปลูกผมได้อีกวิธีทำบ่อยๆประมาณสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที

6. ใบทองพันชั่ง ตัวนี้ไม่ได้เน้นที่การช่วยปลูกผมแต่เป็นการช่วยรักษาในคนที่หนังศีรษะเป็นเชื้อรา ให้ตำใบทองพันชั่งอย่างละเอียดแล้วก็พอกลงที่หนังศีรษะเน้นบริเวณที่ผมร่วง โดยให้พอกในเวลาที่สระผมเสร็จ แล้วพอกในตอนกลางคืนจะได้พอกแล้วนอนได้เลยมาล้างออกอีกทีในตอนเช้า

7.ใบบัวบก สูตรก็ทำง่ายแค่นำเอาใบบัวบกมาคั้นกรองเอาน้ำแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเลย

8. หัวหอม บางคนคิดก็แสบร้อนน่าดูแต่มันก็ไม่ขนาดนั้นหัวหอมช่วยปลูกผมและรักษาผมร่วงได้โดยนำเอามาหัวหอมนั้นมาหั่นและคั้นเอาน้ำออกมาให้ได้ จากนั้นนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก

9. ตะไคร้ ตัวนี้ก็อีกตัวที่ไม่ได้เน้นที่การปลูกผมแต่เป็นการช่วยดูแลหนังศีรษะโดยเฉพาะเรื่องการขจัดรังแคต้องไว้ใจตะไคร้เลย ก่อนจะไปทำการปลูกผมก็ต้องดูแลผมและหนังศีรษะเสียก่อนนะ วิธีใช้แค่นำเอาตะไคร้นั้นหั่นแล้วตำให้ละเอียดจากนั้นนำมาทาและนวดบนศีรษะเลย ยาปลูกผม

10. ว่านหางจระเข้ วิธีการช่วยปลูกผมด้วยว่านหางจระเข้นี้จะต้องใช้ไข่ 1 ฟอง และน้ำมันมะกอกอีก 1 ช้อนชา(5 ซีซี) จากนั้นนำว่านหางจระเข้ไปปอกเปลือกออกให้เหลือแต่วุ้นข้างในจากนั้นก็นำเอาทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปหมักผม ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออกเลย

เป็นการปลูกผมแบบง่ายๆและสามารถทำได้ด้วยตนเอง อีกอย่างเป็นการใช้สมุนไพรในครัวเรือนหาง่าย ราคาไม่แพงเลยถ้าอยากจะหามาเป็นตัวช่วยในการปลูกผมแล้วไม่อยากไปเอาในครัวก็ลองเดินตลาดสดดูรับรองว่ามีทุกอย่างเลย ยาปลูกผม.