บำรุงผิวหน้า สูตรและวิธีการทำครีมสมุนไพรสด

บำรุงผิวหน้า สูตรและวิธีการทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น” บำรุงผิวพรรณ ผิวสวย สดใส สุขภาพผิวดี ด้วยพืชสมุนไพรสดจากธรรมชาติ 100% “ขมิ้น” เป็นสมุนไพรที่นิยมใช้บำรุงผิวมาตั้งแต่โบราณของไทย มีสรรพคุณมากมายช่วยทำให้ผิวหน้าสดใส บำรุงผิวหน้า ผิวดูสุขภาพดี ไร้จุดด่างดำ มีน้ำมีนวล ผุดผาดกระจ่างใส บำรุงผิวหน้า.

บำรุงผิวหน้า

บำรุงผิวหน้า วิธีการทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น”
บำรุงผิวพรรณ ผิวสวย สดใส สุขภาพผิวดี ด้วยพืชสมุนไพรสดจากธรรมชาติ 100%
• นำ “ขมิ้นสด” มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นให้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปปั่นในเครื่องปั่นผลไม้ รวมกับดินสอพอง น้ำมะนาวและน้ำผึ้ง ปั่นจนละเอียดรวมกันเป็นเนื้อข้นและเหนียว

สูตรวิธีทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า บำรุงผิวขาวใส เรียบเนียนด้วย ขมิ้น

วิธีการใช้ครีมสมุนไพรสด พอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น”
บำรุงผิวพรรณ ผิวสวย สดใส สุขภาพผิวดี ด้วยพืชสมุนไพรสดจากธรรมชาติ 100%
• ก่อนอื่นให้ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำธรรมดาทั่วๆ ไป ไม่ต้องใช้สบู่ใดๆ ทั้งสิ้น แล้วซับผิวหน้าให้แห้ง รอจนใบหน้าแห้งดีแล้ว
• นำส่วนผสมสมุนไพรสดพอกหน้า-พอกตัว “ขมิ้น” ที่ได้มาพอกลงบนใบหน้า เว้นรอบดวงตา เว้นรอบริมฝีปาก พอกให้ทั่วใบหน้าพอกให้ทั่วใบหน้าจากนั้นให้พอกไปที่คาง ลำคอโดยรอบ แล้วปล่อยทึ้งไว้เฉย ๆ ให้ตัวยาสมุนไพรแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขน แทรกเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อทำหน้าที่บำรุงรักษาผิวพรรณได้อย่างเต็มที่ เป็นเวลาประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็น ซับผิวหน้าให้แห้งอีกครั้งหนึ่ง เพียงเท่านี้เอง และควรพอกหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
• ทุกครั้งที่ซับผิวหน้านั้นมีวิธีซับนิดหน่อยว่าให้ซับหน้าเบา ๆ ไม่ใช่เช็ดถูลากเอาผ้าขนหนูดึงให้แก้มหย่อนยานลงมา คางร่นลงมา หากทำหลาย ๆ ครั้ง จะเกิดผลของอาการผิวหนังหย่อนลงมาอย่างน่าเกลียดในที่สุด นี่เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง
สูตรวิธีทำครีมสมุนไพรสด พอกหน้า บำรุงผิวขาวใส เรียบเนียนด้วย ขมิ้น

เคล็ดลับในการเลือกใช้สมุนไพรพอกหน้า  บำรุงผิวหน้า
สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันและผิวหน้าแห้ง
พืชสมุนไพรทั้งหลายที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรประเภทต้นหญ้า พืชเถา ต้นไม้ยืนต้น ใบ ดอก แก่น เนื้อไม้ ราก เมล็ด หรือสิ่งที่ได้มาจากสัตว์ เช่น นมสด น้ำผึ้ง ไข่แดง ไข่ขาว นับได้ว่ามีคุณค่าในการเอามาเป็นส่วนผสมที่ดีสำหรับครีมพอกหน้า แต่การใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของผิวหน้าของแต่ละคนนั้นจะต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลดีที่สุดในการบำรุงผิวหน้าให้สวยสดงดงามเกลี้ยงเกลาอยู่เสมอ ดังนั้นหลักสำคัญบางประการก่อนที่จะนำเอาสมุนไพรพอกหน้าสูตรต่างๆ ไปใช้ในการพอกหน้าของตนเองหรือให้ผู้อื่นใช้นั้น จะต้องคำนึงถึงลักษณะของผิวหน้าด้วยเช่น คนที่มีผิวหน้ามันและผิวหน้าแห้งเพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุด บำรุงผิวหน้า.

 

วิตามินบำรุงสายตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในการใช้ชีวิต

วิตามินบำรุงสายตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในการใช้ชีวิต วิตามินบำรุงสายตา แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำให้สายตาเสื่อมได้เร็วขึ้น เพราะในแต่ละวันเราจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ทโฟนเฉลี่ยวันหลายชั่วโมง โดยบางใช้สายตาทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีแสงแดดของดวงอาทิตย์ หลอดไฟ มลภาวะต่างๆที่ทำให้จอประสาทตาเสื่อมได้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้สุขภาพของดวงตาทั้งสองข้างเสื่อมสภาพเราควรหันมาบำรุงสายตากันให้มาก ดวงตาจะได้แข็งแรง อยู่กับเราไปนานๆ วิตามินบำรุงสายตา.

วิตามินบำรุงสายตา

วิตามินบำรุงสายตา สารอาหารที่ควรจะได้รับ เพื่อบำรุงสายตา
1.วิตามินเอ เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา และมีบทบาทสำคัญในการมองเห็นเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง
2.วิตามินบี มีการศึกษาพบว่าวิตามินบี 1 และ บี 12 มีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด
3.วิตามินซี เป็นที่รู้จักกันดีของการชะลอความแก่ของร่างกายด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) นอกจากนั้นยังอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผักผลไม้ที่มีวิตามิน C มาก ได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ฯลฯ
4.วิตามินอี เป็นวิตามินอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา และจากการศึกษาพบว่ามีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ในน้ำมัน ธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง
5.เบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการมองเห็นในกลางคืน พบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง วิตามินบำรุงสายตา

ผักผลไม้บำรุงสายตา
1.ฝักทอง มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินา มีวิตามินเอบำรุงสายตา มีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็ง
2.ผักบุ้ง เป็นผักบำรุงสายตาที่ดีเยี่ยม ไม่ทำให้ปวดตา ลดอาการแสบหรือระคายเคืองตา เหมาะสำหรับคนสายตาสั้น โดยผักบุ้งมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด การรับประทานผักบุ้งให้ได้สารอาหารแบบครบถ้วนควรรับประทานแบบสดหรือใช้วิธีลวก แต่ถ้าจะผัดควรใส่น้ำมันให้น้อย
3.มะม่วงสุก หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้ามะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร คำตอบคือในผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารบำรุงสายตา บำรุงเหงือกและฟัน แถมยังช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดสิวและริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีรถชาติหอมหวาน อร่อย โดนใจใครหลายคน
4.แครอท มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา เพราะมีผลต่อปฏิกิริยาเคมีของดวงตาต่อแสง วิตามินเอในแครอทยังช่วยให้มีสุขภาพผิวที่ดี และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้
5.ตำลึง เป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หารับประทานง่าย ที่สำคัญมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยตำลึงเป็นพืชที่มีเบต้าแคโรทีน ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ เป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด
ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ นี่คือสุภาษิตที่มีนัยยะว่าดวงตาทั้งสองข้างสำคัญกับเรามากแค่ไหน ฉะนั้น เราควรดูแลเอาใจใส่กับดวงตาเป็นพิเศษ สุขภาพตาจะได้แข็งแรง อยู่คู่กับเราไปนานๆ อย่าลืมรับประทานอาหารบำรุงสายตากันมากๆ จะได้มีดวงตาสดใสกันถ้วนหน้า วิตามินบำรุงสายตา.

 

 

ยาปลูกผม การปลูกผมโดยใช้สมุนไพรนั้นมีมานานตั้งแต่ยังไม่มีเทคโนโลยีในการปลูกผม

ยาปลูกผม การปลูกผมโดยใช้สมุนไพรนั้นมีมานานตั้งแต่ยังไม่มีเทคโนโลยีในการปลูกผม ที่รวดเร็วหรือยังไม่มีการผลิตยาปลูกผมแต่ละชนิดขึ้นแต่ แต่แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีการปลูกผมขึ้นมาแล้วสมุนไพรที่ใช้ในการปลูกผมก็ยังคงมีคนใช้อยู่เพราะว่าการวิธีการปลูกผมที่ได้ผลและปลอดภัย ค่าใช้จ่ายน้อยอีกทั้งยังสามารถทำด้วยตนเองได้ ยาปลูกผม.

ยาปลูกผม

 

ยาปลูกผม

1. มะกรูด สมุนไพรมะกรูดนั้นเป็นตัวหนึ่งที่ทำให้ผมมีสุขภาพดีได้ โดยการนำเอามะกรูดไปต้มด้วยกำลังไฟที่อ่อน – ปานกลาง รอให้มะกรูดนิ่มได้ที่จากนั้นก็นำมาผ่าแล้วบีบคั้นเอาน้ำมะกรูดแล้วนำมาหมักผม

2. กระเทียม กระเทียวสมุนไพรในครัวของแท้ที่จะมาช่วยในการลดอาการผมร่วงและปลูกผมได้ เพียงแค่นำกระเทียมกลีบนั้นมาทาลงบนหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 3 นาทีแล้วล้างออก

3. เหง้าขิง ให้นำเอามาประมาณเท่าหัวแม่มือจากนั้นนำไปอังกับไฟร้อนแบบกลางๆจากนั้นนำเหง้าขิงมาบดให้ละเอียดเลย พอบดได้ที่แล้วก็นำเอาขิงบดนั้นมาทางลงบนเส้นผมและหนังศีรษะทันที

4. ผักบุ้ง ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะส่วนใบของผักบุ้งเท่านั้น โดยนำมาบดและคั้นเอาน้ำผักบุ้ง กรองเอาแต่น้ำอย่างเดียวจากนั้นนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 3 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5. ขิงแก่ ใช้คนละวิธีกับเหง้าขิงเพราะว่าขิงแก่นี้เอามาเป็นลูกประคบ นำขิงมาห่อผ้าขาวบางทำสัก 2 ห่อ จากนั้นนำหม้อมาต้มน้ำวางไฟแล้วขึงผ้าขาวบางเอาไว้ที่ปากหม้อนำเอาลูกประคบขิงแก่มาวางลงไปจากนั้นเมื่อน้ำเดือดจะมีไอน้ำขึ้นมาโดนลูกประคบ ก็ให้นำไปประคบศีรษะเลยแล้วสลับกันประคบสลับกันวางในหม้อจะช่วยปลูกผมได้อีกวิธีทำบ่อยๆประมาณสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที

6. ใบทองพันชั่ง ตัวนี้ไม่ได้เน้นที่การช่วยปลูกผมแต่เป็นการช่วยรักษาในคนที่หนังศีรษะเป็นเชื้อรา ให้ตำใบทองพันชั่งอย่างละเอียดแล้วก็พอกลงที่หนังศีรษะเน้นบริเวณที่ผมร่วง โดยให้พอกในเวลาที่สระผมเสร็จ แล้วพอกในตอนกลางคืนจะได้พอกแล้วนอนได้เลยมาล้างออกอีกทีในตอนเช้า

7.ใบบัวบก สูตรก็ทำง่ายแค่นำเอาใบบัวบกมาคั้นกรองเอาน้ำแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเลย

8. หัวหอม บางคนคิดก็แสบร้อนน่าดูแต่มันก็ไม่ขนาดนั้นหัวหอมช่วยปลูกผมและรักษาผมร่วงได้โดยนำเอามาหัวหอมนั้นมาหั่นและคั้นเอาน้ำออกมาให้ได้ จากนั้นนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก

9. ตะไคร้ ตัวนี้ก็อีกตัวที่ไม่ได้เน้นที่การปลูกผมแต่เป็นการช่วยดูแลหนังศีรษะโดยเฉพาะเรื่องการขจัดรังแคต้องไว้ใจตะไคร้เลย ก่อนจะไปทำการปลูกผมก็ต้องดูแลผมและหนังศีรษะเสียก่อนนะ วิธีใช้แค่นำเอาตะไคร้นั้นหั่นแล้วตำให้ละเอียดจากนั้นนำมาทาและนวดบนศีรษะเลย ยาปลูกผม

10. ว่านหางจระเข้ วิธีการช่วยปลูกผมด้วยว่านหางจระเข้นี้จะต้องใช้ไข่ 1 ฟอง และน้ำมันมะกอกอีก 1 ช้อนชา(5 ซีซี) จากนั้นนำว่านหางจระเข้ไปปอกเปลือกออกให้เหลือแต่วุ้นข้างในจากนั้นก็นำเอาทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปหมักผม ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออกเลย

เป็นการปลูกผมแบบง่ายๆและสามารถทำได้ด้วยตนเอง อีกอย่างเป็นการใช้สมุนไพรในครัวเรือนหาง่าย ราคาไม่แพงเลยถ้าอยากจะหามาเป็นตัวช่วยในการปลูกผมแล้วไม่อยากไปเอาในครัวก็ลองเดินตลาดสดดูรับรองว่ามีทุกอย่างเลย ยาปลูกผม.

 

ผมร่วง สาวๆคนไหนเคยสังเกตเห็นผมตัวเองร่วงจนเกลื่อนห้อง

ผมร่วง สาวๆคนไหนเคยสังเกตเห็นผมตัวเองร่วงจนเกลื่อนห้อง หรือพอสระผมเสร็จก็เจอเศษผมอยู่เต็มพื้นห้องน้ำจนมากเกินไปบ้างไหมคะ? อาการผมร่วงเหล่านี้ต้องรักษาให้ไวที่สุดก่อนที่ผมจะบางเกินไป เพราะอาการเหล่านี้อาจจะหมายถึงสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอร่วมด้วยก็ได้ วันนี้ Girlsallaround.com เลยจะพาสาวๆมารู้จักสาเหตุและวิธีแก้อาการผมร่วงในผู้หญิงกันค่ะ ผมร่วง.

ผมร่วง

ผมร่วง สาเหตุผมร่วงผมบางในผู้หญิง

1. การทำผมหรือทำทรีทเมนต์ผมที่รุนแรงเกินไป

การใช้สารเคมีที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป อาจทำให้เกิดการขัดขวางการเจริญปกติของเส้นผมได้ นอกจากนี้การใช้ยางรัดผม เปียผมหรือใช้อุปกรณ์แต่งผมที่รัดแน่นเกินไป อาจทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ และอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่บริเวณรากผม ซึ่งจะทำให้ไม่มีผมใหม่ขึ้นที่บริเวณรากผมนั้น ทำให้เกิดผมร่วง ผมบางถาวรได้อีกด้วย

2. ผมร่วงแบบศีรษะล้านจากพันธุกรรม

ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ชาย แต่ก็พบได้ประปรายในผู้หญิง คือผมร่วงแบบแอนโดรจีนิค (androgenic alopecia) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน (ซึ่งพบทั้งในผู้ชายและผู้หญิง) ไปเป็นฮอร์โมน ดีเอชที (DHT – dihydrotestosterone) ทำให้เกิดผลอันตรายต่อรากผม

แต่ในภาวะใดก็ตามที่ฮอร์โมนเพศหญิงลดลง เช่น ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจะทำให้ฤทธิ์ของฮอร์โมนตัวนี้เด่นขึ้น และทำให้เกิดภาวะผมบางที่บริเวณส่วนบนหรือด้านข้างของศีรษะคล้ายที่พบในผู้ชายได้

3. ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย

ผมร่วงอาจเกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้เช่น การได้รับยาเม็ดคุมกำเนิด, หญิงวัยหมดประจำเดือน, หญิงที่ได้รับการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน, การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก

ซึ่งภาวะเหล่านี้จะทำให้เกิดฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และทำให้ผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้นกว่าปกติ ผมจึงหลุดร่วงเร็วขึ้น

4. การตั้งครรภ์ และผมร่วงหลังคลอด

ในช่วงตั้งครรภ์ผมที่ควรจะร่วงปกติกลับยังคงอยู่ เนื่องจากฮอร์โมนบางชนิดมีระดับที่สูงขึ้นหลังคลอด ฮอร์โมนมีการลดลงสู่ระดับปกติจึงพบว่ามีผมร่วงมากขึ้น บางครั้งร่วงเป็นกระจุก บางครั้งอาจไม่พบทันทีหลังคลอด แต่กลับพบผมร่วงมากหลังคลอดแล้วนานถึง 3 เดือนก็ได้ ผมที่ร่วงมากขึ้นนี้ส่วนใหญ่จะกลับขึ้นปกติได้ภายใน 3-6 เดือน หลังเกิดอาการ

5. ภาวะความเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจหรือหลังการการผ่าตัด

ภาวะความเจ็บป่วยหรือการผ่าตัดสามารถที่จะทำให้รากผมเข้าสู่ระยะพัก การปรับตัวของร่างกายให้ต่อสู้กับความเครียดที่เกิดขึ้น ร่างกายอาจหยุดการทำงานที่ไม่จำเป็นเช่น การสร้างผมก็หยุดไว้ก่อน ผมร่วงที่เกิดจากภาวะนี้จะกลับเจริญขึ้นใหม่ได้เองหลังจากนี้ 6 เดือน นอกจากนี้โรคบางโรคอาจทำให้เกิดผมร่วงได้ เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDs), โรคเอสแอลอี (SLE) , โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น

6.การขาดอาหาร การลดน้ำหนัก อดอาหาร หรือในผู้ป่วยโรคจิตบางชนิด

เช่น อนอเรกเซีย, บูลีเมีย (anorexia, bulimia) อาจทำให้รากผมเกิดภาวะช็อค และหยุดการเจริญชั่วคราวได้ สารอาหารที่ร่างกายได้รับไม่พอเพียง ทั้งพวกโปรตีน, วิตามิน, เกลือแร่ จะถูกนำไปใช้กับร่างกายในส่วนที่สำคัญก่อน ดังนั้นผมอาจจะหยุดการเจริญชั่วคราว เมื่อได้รับสารอาหารที่เพียงพออีกครั้งผมจะเจริญขึ้นใหม่ได้อีก

7.การใช้ยาบางประเภท

ยาบางประเภทมีผลข้างเคียงทำให้เกิดผมร่วงเช่น ยาเคมีบำบัด, ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง, ยารักษาโรคเก๊าท์, วิตามิน A ขนาดสูงที่ใช้ในการรักษาสิว ดังนั้นหากต้องใช้ยาอะไรเป็นประจำแล้วมีภาวะผมร่วงเกิดขึ้น ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และเปลี่ยนชนิดของยา ส่วนใหญ่ผมที่ร่วงไปจะกลับขึ้นใหม่ได้ รายละเอียดยาที่ทำให้ผมร่วง

8.อายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น การเจริญของผมจะช้าลง การป้องกันผมร่วงจากภาวะนี้ค่อนข้างยาก แต่สิ่งที่จะพอช่วยได้คือ หลีกเลี่ยงสาเหตุอื่น ๆ ที่จะทำให้ผมร่วงมากขึ้นไปอีก เช่น ใช้แชมพูอ่อน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่ผม รับประทานอาหารให้ครบหมู่ และออกกำลังกาย รักษาสุขภาพให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ก็จะไม่เป็นการซ้ำเติมให้เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้น ผมร่วง.

ผมแตกปลาย อีกหนึ่งปัญหาความงามที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงหลายคน

ผมแตกปลาย อีกหนึ่งปัญหาความงามที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงหลายคน เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพผมสวยกลายเป็นผมเสียแล้ว ผมแตกปลาย ยังทำให้หมดความมั่นใจอีกด้วย เพราะว่าจะทำผมทรงไหนก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้ความสวยของคุณมีข้อจำกัดมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจึงมีวิธีแก้ผมแตกปลายมานำเสนอ ผมแตกปลาย.

ผมแตกปลาย

ผมแตกปลายเกิดจากอะไร?
ผมแตกปลายนั้น เป็นการที่ชั้นเซลล์ของเส้นผมเกิดการแตกแยกตัวออกจากกัน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดจากปัญหาผมเสีย จากความร้อนจากการยืดผม ม้วนผม เป่าผมด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ, สารเคมีจากการทำสีผม, การหวีผมขณะผมเปียก หรือผมขาดความชุ่มชื่นก็เป็นได้

วิธีแก้ผมแตกปลายให้ดีขึ้น
ปัญหาผมแตกปลายเป็นปัญหาที่รักษาได้ยากมาก แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับแก้ไขปัญหาผมแตกปลายให้กลับมานุ่มสลวย ไม่ชี้ฟูมาฝากกัน ด้วยวิธีง่ายๆ จากธรรมชาติ ดังนี้
1. มะนาว
เพียงนำน้ำมะนาวไปผสมกับน้ำเปล่า จากนั้นนำมาชโลมให้ทั่วศีรษะ โดยเน้นช่วยปลายผม ทิ้งไว้เป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นทำการสระผมตามปกติ
2. น้ำมันมะพร้าว
ก่อนสระผม นำน้ำมันมะพร้าวมาชโลมให้ทั่วหัว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นสระผมตามปกติ จะช่วยฟื้นฟูสภาพผมให้กลับมาแข็งแรง และนุ่มชุ่มชื่นอีกด้วย
3. ตะไคร้
เพียงนำตะไคร้มาตำให้ละเอียด จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ แล้วนำมาชโลมทิ้งไว้ให้ทั่วศีรษะประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออก แล้วสระผมตามปกติจะช่วยแก้ปัญหาผมเสียให้กลับมาสวยได้ดังเดิม ผมแตกปลาย.

การบำรุงผม สาวๆ หลายคนที่มักจะประสบปัญหาผมเสีย

การบำรุงผม สาวๆ หลายคนที่มักจะประสบปัญหาผมเสีย ผมแห้งแตกปลาย การบำรุงผม ทำให้ต้องหาวิธีที่จะบำรุงผมไม่ว่าจะเป็น สูตรหมักผมเสียทั่วไป หรือสูตรหมักผมเสียจากธรรมชาติโดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบทำสีผม ดัดผม หรือยืดผม ย่อมทำให้ผมเสียแน่นอนหากไม่มีการบำรุง การบำรุงผม.

การบำรุงผม

การบำรุงผม เรามี วิธีแก้ปัญหาผมเสีย สูตรธรรมชาติ มาฝากค่ะ

สูตรหมักผมเสีย ให้กลับมาสวยมีน้ำหนัก มีอะไรบ้าง?

สูตรหมักผมเสียให้มีน้ำหนักด้วยไข่ น้ำผึ้ง

สูตรหมักผมเสีย ด้วยไข่ไก่

เป็นสูตรธรรมชาติ ที่คนสมัยโบราณใช้หมักผมเสียกัน และไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเลย เพียงแต่นำไข่ไก่ มาแยก ไข่แดงและไข่ขาว

จากนั้นตีไข่แดงให้แตก และตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู จึงนำมาผสมให้เข้ากันแล้วค่อยๆ ชโลมไข่บนผมเส้นผม และนวดหนังศีรษะเบาๆ

ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น จะทำให้ผมเสียกลับมาเงางาม และชุ่มชื้นขึ้น การบำรุงผม

สูตรหมักผมเสีย ด้วยน้ำผึ้ง

สูตรหมักผมเสียด้วยน้ำผึ้ง ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงผสมน้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก และน้ำส้มสายชูหมัก คนส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

นำมาชโลมให้ทั่วผม ที่คลุมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำ หมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง สระผมตามปกติ

เป็นสูตรรักษาผมเสีย ที่จะช่วยลดผมแห้งเสียแตกปลาย เปลี่ยนผมแห้งหยาบ ให้กลับมานุ่มสลวยได้ดังเดิม

สูตรหมักผมเสีย ด้วยน้ำมันมะพร้าว

การหมักผมด้วยมะพร้าว เป็นสูตรหมักผมเสีย จากธรรมชาติที่คนนิยม สำหรับน้ำมันมะพร้าว แค่นำไปตั้งไฟอ่อนๆ เทน้ำมันมะพร้าว ผสมไข่แดง 1 ฟอง ตีให้เข้ากัน

นำไปชโลมบนเส้นผม ทิ้งไว้สักชั่วโมง ล้างออกแล้ว สระด้วยแชมพูอีกครั้ง เป็นสูตรหมักผมเสีย ที่จะทำให้ผมมีน้ำหนัก และยังเป็นการดีท็อกซ์ให้กับหนังศีรษะอีกด้วย

สูตรหมักผมเสียด้วยน้ำมันมะพร้าว เบียร์

สูตรหมักผมเสีย ด้วยเบียร์

สูตรหมักผมเสียด้วยเบียร์ ด้วยการนำมาผสมกับน้ำส้มสายชูหมักคนส่วนผสมให้เข้ากัน ชโลมลงบนผม พร้อมทั้งนวดศีรษะเล็กน้อย

ทิ้งไว้ประมาณห้านาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น การใช้เบียร์ในการหมักผมเสีย จะช่วยคืนความนุ่มสลวยเงางามให้กับเส้นผมอีกครั้ง

สูตรหมักผมเสียด้วยอะโวคาโด

สูตรหมักผมเสีย ด้วยอโวคาโด

การหมักผมเสีย ด้วยอโวคาโด ให้ใช้เนื้ออโวคาโดสดผสมกับน้ำมันมะกอก คนให้เข้ากัน นำมาชโลมบนผมหมาดให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที

ล้างออกด้วยน้ำธรรมดา และสระผมตามปกติอีกครั้ง สูตรหมักเสียผมอโวคาโด ที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูบำรุงชั้นผมที่แห้งเสีย เปราะบาง ให้กลับมาแข็งแรงเงางามได้

ไม่ว่าจะเป็นสูตรหมักผมแบบไหนๆ หากมาจากธรรมชาติ รับรองว่าปลอดภัย ไม่มีสารเคมีปนเปื้อนอย่างแน่นอน

เมื่อหมักผมด้วย สูตรหมักผมเสียแล้ว อย่าลืมดูแลเส้นผมของคุณให้ดีด้วย เพื่อผมที่มีสุขภาพที่ดีไม่แห้งเสีย หรือหลุดร่วงก่อนเวลานะคะ การบำรุงผม.

 

 

แฮร์โทนิค ผู้หญิงหลายคนที่ผมสั้น ไม่นานไปก็เริ่มคิดอยากให้ผมยาวเร็ว

แฮร์โทนิค ผู้หญิงหลายคนที่ผมสั้น ไม่นานไปก็เริ่มคิดอยากให้ผมยาวเร็ว แฮร์โทนิค อาจเพราะเส้นผมที่ยาวสลวยนั้นทำให้เราสามารถพลิกแพลงทรงผมได้หลากหลายแบบมากขึ้น ทำให้เราสนุกสุดเหวี่ยงกับการแต่งตัวสวยๆ ดังนั้น หากสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีเร่งผมยาวเร็วแบบธรรมชาติล่ะก็ ไม่ต้องมองหาสูตรไหนให้ไกลตัวอีกต่อไปแล้วค่ะ แฮร์โทนิค.

แฮร์โทนิค

แฮร์โทนิค วันนี้เรามี 5 สูตรลับบำรุงผมให้ยาวเร็วขึ้นมาฝากกันแล้ว มาดูกันเลยว่าทำได้อย่างไรบ้าง

1. สูตรบำรุงจากชาเขียว
ชาเขียวเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่บำรุงผมให้ยาวเร็วขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อก็นิยมนำเอาชาเจียวมาสกัดเป็นส่วนผสมเพื่อช่วยในการเร่งผมให้ยาวเร็วขึ้นด้วยกันทั้งนั้น แต่หากสาวๆ คนไหนที่ต้องการใช้ชาเขียวแบบเพียวๆ มาบำรุงผมก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ วิธีทำไม่ยาก เพียงใช้ชาเขียวมาชโลมบนเส้นผมให้ทั่วหนังศีรษะ หมักผมด้วยชาเขียวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด หมั่นทำด้วยสูตรชาเขียวนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เส้นผมก็จะยาวเร็วขึ้นแล้วค่ะ แฮร์โทนิค

2. สูตรน้ำมันเมล็ดองุ่น
หยดน้ำมันเมล็ดองุ่นแล้วนำมาชโลมลงบนหนังศรีษะจากนั้นใช้มือนวดเบาๆ ให้ซึมซาบเข้าสู่เส้นผมและหนังศีรษะจนทั่ว ให้ทำก่อนนอน 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นอีกเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้ผมยาวเร็วขึ้นได้เช่นกัน

3. บำรุงผมให้ยาวด้วยมะเขือเทศ
มะเขือเทศเป็นผักที่มีวิตามินซีช่วยในเรื่องของการดูแลผิวพรรณให้สวยกระจ่างใสได้แล้ว ยังสามารถนำมาหมักผมได้อีกด้วยนะ เพียงนำมะเขือเทศสดมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ จากนั้นจึงล้างออกปกติด้วยน้ำสะอาด หมักสูตรนี้เป็นประจำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็จะช่วยเร่งผมให้ยาวเร็วขึ้นได้แล้วเช่นกัน

4. หมักผมด้วยไข่ผสมน้ำมันมะกอก
ให้สาวๆ ใช้น้ำมันมะกอกประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะผสมกับไข่แดง 2 ฟอง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี จากนั้นนำมาหมักผมให้ทั่วหนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออกให้สะอาดพร้อมกับสระผมปกติ สูตรนี้นอกจากช่วยบำรุงให้เส้นผมยาวเร็วขึ้นแล้วยังทำให้ผมนุ่มสลวยอีกด้วยนะคะ แนะนำให้เพื่อนๆ ทำสูตรนี้ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ก็จะดีมากค่ะ

5. สูตรว่านหางจระเข้
เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่มากด้วยสรรพคุณหลายอย่างและกับเส้นผมแล้วว่านหางจระเข้ยังช่วยบำรุงให้เส้นผมยาวเร็วขึ้นได้อีกด้วยนะ เพียงนำว่านหางจระเข้มาปอกเหลือกให้หมดแล้วนำวุ้นใสๆ มาล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาหมักผมให้ทั่วหนังศีรษะทิ้งเอาไว้ ประมาณ 1 ชั่วโมงจากนั้นสระผมออกตามปกติ แฮร์โทนิค.

 

 

วิธีแก้ผมบาง เส้นผมของคนเรามีวงจรการงอกใหม่

วิธีแก้ผมบาง เส้นผมของคนเรามีวงจรการงอกใหม่ และผลัดผมเก่าออกวนเวียนกันอยู่ภายในช่วง 2 เดือน วิธีแก้ผมบาง สำหรับกระบวนทั้งหมดของแต่ละเส้น เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะมีผมร่วงทุกวันแต่สำหรับคนที่ผมมีปัญหาเปราะบาง และขาดหลุดร่วงมากผิดสังเกต แสดงว่าคุณกำลังตกอยู่ในภาวะผมร่วงแล้วล่ะ ซึ่งสาเหตุเกิดจากปัจจัยภายในร่างกายของเรา เช่น วิธีแก้ผมบาง.

วิธีแก้ผมบาง

วิธีแก้ผมบาง ความดันโลหิตต่ำทำให้เกิดผมร่วงได้เมื่อร่างกายได้รับคุณค่าสารอาหารไม่เพียงพอ

อาหารทอด อาหารเปรี้ยวหรือเผ็ดจัดและการสูบบุหรี่นั้นส่งผลให้ผมร่วงได้ โรคบางชนิดอย่างไทฟอยด์

ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ รวมทั้งความเครียดความวิตกกังวลทั้งหลายและพันธุกรรมก็มีส่วนเช่นกัน

ทางแก้

จะให้ได้ผลดีที่สุดควรแก้ที่ภายใน ด้วยการรักษาสุขภาพ ส่วนปัจจัยภายนอกควรดูแลไม่ให้เส้นผมได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง เช่น การหวี สาง ยีผมหรือมัดผมแน่น ๆ ที่จะทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นทันที วิธีแก้ผมบาง

Natural Treatment

คั้นน้ำกะทิ 1-2 ถ้วย ตามความยาวผม นำไปชโลมบนหนังศีรษะและเส้นผมให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง จนผมเริ่มแห้ง และล้างออกด้วยน้ำเปล่า อย่าเพิ่งใช้แชมพูสระ ปล่อยให้น้ำมันจากน้ำกะทิตกค้างอยู่บนผม 24 ชั่วโมง แล้วค่อยสระผม นอกจากจะช่วยเร่งให้ผมขึ้นแล้วยังทำให้ดกดำ เงางาม คนมีปัญหาผมร่วงลองใช้วิธีนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งสิ

นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันบำรุงผมดี ๆ สักสองครั้งต่อสัปดาห์ ใช้นิ้วนวดคลึง อย่าแรงเกินไป เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตใต้หนังศีรษะ

ใส่หัวหอมลงในแก้วเหล้ารัม ทิ้งไว้ 1 วัน จากนั้นนำหัวหอมออกจากแก้ว ใช้เหล้ารัมที่ได้มานวดหนังศีรษะ จะช่วยรักษาผมร่วงและกระตุ้นให้ผมงอกใหม่

เพื่อผมดกดำเงาเงาม นวดบำรุงด้วยน้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอกเป็นประจำ วิธีแก้ผมบาง.

 

ยาปลูกหนวด วิธีทำยาปลูกหนวดไว้ใช้เอง

ยาปลูกหนวด วิธีทำยาปลูกหนวดไว้ใช้เอง สำหรับผู้ที่ไม่ต้องหาซื้อยาปลูกหนวดมาทา ยาปลูกหนวด มีวิธีการทำง่ายๆ แต่ได้ผลดังนี้ครับ ยาปลูกหนวด.

ยาปลูกหนวด

 

ยาปลูกหนวด

ให้นำดอกอัญชันสดกับบอระเพ็ดตามจำนวนที่ต้องการมาโขลกให้พอแหลก ยาปลูกหนวด แล้วให้นำน้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา น้ำมันมะกอก อย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดมาผสมให้เข้ากันจากนั้นให้นำดอกอัญชันและบอระเพ็ดที่โขลกไว้มาแช่ในน้ำมันที่ผสมแช่ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี วิธีการใช้ก็ให้นำน้ำมันที่ได้มากรองเอากากออก หรือไม่ต้องกรองก็ได้ตามแต่สะดวก แล้วทาบริเวณที่ต้อง เช่นหนวด จอน คิ้ว เครา ทาเช้า และก่อนนอนเป็นประจำทุกๆ วัน คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก และน้ำมันงา จะช่วยในเรื่องของการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง สร้างโปรตีนให้กับรากขน กระตุ้นการเจริญเติบโตให้กับเส้นขน ดอกอัญชันจะช่วยเร่งรากขน และสร้างความดกดำให้กับเส้นขน ส่วนบอระเพ็ดจะช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นขน การทำน้ำยาปลูกหนวดไว้ใช้เองอาจต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยในการขึ้นของหนวด เครา แต่ไม่เรื่องของความปลอดภัยแล้วถือว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้เพราะส่วนผสมทั้งหมดมาจากพืชสมุนไพรธรรมชาติ ยาปลูกหนวด.

 

ปลูกหนวด การกำจัดขน ด้วยวิธีธรรมชาติ

ปลูกหนวด การกำจัดขน ด้วยวิธีธรรมชาติ สำหรับผู้หญิงแล้ว การมีขนในร่างกายมากเกินไป ปลูกหนวด ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะมีค่านิยมที่เน้นผิวสวยขาวเนียน ดังนั้นขน จึงถือได้ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผิวดูไม่สวย ไม่มีเสน่ห์ ดังนั้นการกำจัดขนจึงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสำหรับสาวๆ ที่กำลังปวดหัวไม่รู้ว่าจะจัดการกับเจ้าขนอย่างไร วันนี้เรามีวิธีธรรมชาติ ในการจัดการกับขนส่วนเกินมาฝากกันจ้า ปลูกหนวด.

ปลูกหนวด

ปลูกหนวด

1. การใช้น้ำมันนวดตัว เข้ามาช่วยในการกำจัดขน เพราะน้ำมันบางชนิด มีประสิทธิภาพ ในการทำให้เส้นขนดูอ่อนนุ่มลง หรือหลุดร่วงง่ายขึ้น ตลอดจนสามารถปิดตายรูขุมขน ไม่ให้เส้นขนงอกขึ้นมาอีกให้รำคาญใจ น้ำมันประเภทที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้แก่น้ำมันหอมระเหย น้ำมันละหุ่ง เป้นต้น การใช้งานก็เพียงแค่การใช้น้ำมันดังกล่าว นวดบริเวณที่เกิดปัญหาเป็นประจำ ไม่นานจะรู้สึกว่าปัญหาเสนขนค่อยๆ หายไป (แนะนำให้เข้าคอร์สนวดตัวเป็นประจำ จะได้กำจัดขนส่วนเกินอย่างทั่วถึง ปลูกหนวด

2. การใช้น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง ในการกำจัดขน เป็นอีกสูตรหนึ่ง ที่สาวๆ หลายคนบอกว่าได้ผลเป็นอย่างมาก โดยการใช้งานให้นำเอามะนาว 1 ลูกมาฝานคั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำผึ้ง 4 ช้อนชา จากนั้นนำเอาส่วนที่ผสมได้ มาทาที่บริเวณที่เกิดปัญหาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที(นวดวนร่วมด้วยจะเห็นผลเร็วมาก) จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำ ประมาณ 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลว่าเส้นขนส่วนเกินค่อยๆ นุ่มลง แล้วหลุดหายไปเลย (เมื่อขนหลุดหมดจึงเลิกใช้)

3. สูตรน้ำตาล แว็กซ์ขน เป็นอีกสุตรที่ทำง่าย และใช้งานได้ผลอย่างมาก โดยการใช้งานให้นำเอาน้ำเปล่าประมาณ ½ ถ้วย เทลงในกระทะสะอาดตั้งไฟอ่อนๆ เติมน้ำตาล ประมาณ 4 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้ส่วนผสมเข้ากันและเริ่มเหนียว ให้ยกลง รอให้เย็นลง จึงนำเอาส่วนที่ผสมได้มาทาให้ทั่วที่บริเวณที่เกิดปัญหาขนส่วนเกิน แล้วนำเอาผ้าสะอาดที่ทำจากฝ้าย มาปิดทับทิ้งไว้ 2 นาทีลอกออก ทำเป็นประประจำ ประมาณ 6 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผล ขนเริ่มหมดไป

4. สูตรแป้งถั่วลูกไก่ โยเกิร์ตและน้ำมันมะกอก ช่วยในการกำจัดขนส่วนเกิน โดยวิธีนี้ จะเป็นการกำจัดขน ร่วมกับการขัดผิว โดยการนำเอาแป้งถั่วลูกไก่ มาผสมกับโยเกิร์ตในปริมษรเท่าๆ กัน จากนั้นเติมน้ำมันมะกอก 3-4 หยด ลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำเอาส่วนผสมที่ได้ ไปป้ายทาให้ทั่วร่างกาย เน้นส่วนที่มีปัญหาขนส่วนเกินมากเป็นพิเศษ รอให้แห้ง แล้วขัดออกด้วยอุปกรณ์ สำหรับการขัดผิว ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่นานขนส่วนเกินก็จะหลุดหายไปจนหมด ปลูกหนวด.